
ลุยทำงบประมาณปี'55 ดันศก.โต 4.5%
...
ทีมข่าวการเงินนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมทำงบประมาณ 2555 นัดแรก ร่วมกับ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณ
ที่ประชุมเห็นชอบกำหนดกรอบวงเงินไว้ไม่เกิน 2.3 ล้านล้านบาท เนื่องจากการประมาณการเก็บรายได้อยู่ที่ 1.9 ล้านล้านบาท จะทำให้สามารถควบคุมงบประมาณปี 2555 ให้ขาดดุลไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ลดลงจากการขาดดุลงบประมาณ 2554 ที่ขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท เพื่อให้งบประมาณเข้าสู่สมดุลได้ภายใน 5 ปี ที่รัฐบาลตั้งไว้
ทั้งนี้ การทำงบปี 2555 ประเมินภาวะเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 4.5% ต่อปี เงินเฟ้ออยู่ที่ 3.5% ต่อปี
แย้มออกมาเรื่อยๆ สำหรับมาตรการประชาวิวัฒน์ที่นายกรัฐมนตรีจะแถลงเป็นทางการวันที่ 9 ม.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ออกมาเปิดเผยว่า จะมีประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ถึง 10 ล้านคน ประโยชน์ที่ได้รับคิดเป็นมูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการดำเนินมาตรการช่วยเหลือที่มีผลกระทบกับเงินงบประมาณน้อยมาก คาดว่าจะต้องใช้เงินจากงบประมาณปี 2554 และ 2555 ไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่รัฐบาลจะจ่ายสมทบให้ผู้ที่อยู่นอกระบบประกันสังคมเข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคม
ขณะที่นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารตั้งวงเงินปล่อยกู้โครงการประชาวิวัฒน์ไว้ 2,000 ล้านบาท โดยจะปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนขับรถแท็กซี่ พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ ที่เป็นหนึ่งในมาตรการประชาวิวัฒน์ โดยผู้กู้จะต้องรวมตัวเป็นกลุ่มไม่น้อยกว่า 10 คน แต่ไม่เกิน 25 คน เพื่อขอกู้จากธนาคารที่จะปล่อยกู้ให้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ผ่อนชำระ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 6% ต่อปี
ธนาคารจะเริ่มลงทะเบียนปล่อยกู้ประชาวิวัฒน์ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.31 ก.ค. 2554 โดยเชื่อว่าจะได้รับความสนใจผู้ประกอบอาชีพทั้งสามอาชีพ เนื่องจากมีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบการไปกู้เงินนอกระบบ
เป็นเรื่องร้อนในสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 ม.ค. 2554 จะรายงานให้ทราบว่ากระทรวงการคลังเห็นชอบในหลักการตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้คลังจัดเก็บภาษีจากโรงเรียนสอนกวดวิชา แต่จะยังไม่มีการเสนอให้ ครม.พิจารณาว่าจะจัดเก็บภาษีในรูปแบบใด ซึ่งที่ผ่านมาได้สั่งให้กรมสรรพากรไปศึกษาแนวทางที่เหมาะสม
เหตุผลคือ ที่ผ่านมาได้รับการยืนยันจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้วว่า ปัจจุบันกรมสรรพากรไม่ได้เก็บรายได้จากสถาบันกวดวิชา ทั้งรูปของภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้รับการลดหย่อนทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงสถาบันกวดวิชาเน้นในเชิงธุรกิจทำกำไรมากกว่าส่งเสริมการศึกษา
เรื่องหวยก็ยังเป็นเรื่องร้อนไม่เลิก นายประดิษฐ์ ออกมาเปิดเผยว่า จะต้องรอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบกรณีการฮั้วประมูลโครงการสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยเครื่องอัตโนมัติ ตามที่คณะทำงานสลากเลขท้ายที่มีนายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย ยื่นสอบไปก่อนหน้านี้ พิจารณาให้ชัดเจนก่อนว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ฮั้วประมูลร่วมกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี หรือไม่ จึงจะตัดสินใจได้ว่าจะดำเนินการขายสลากกินแบ่งด้วยเครื่องอัตโนมัติ (ลอตโต้) อย่างไร







