
เซ็นทรัล รีเทล ทุบสถิติผลดำเนินการQ4ปี64 พลิกทั้งปีมีกำไร-รายได้พุ่งกว่า 1.95 แสนล.
เซ็นทรัล รีเทล เผยโค้งสุดท้ายปี64 ทำได้ดีจนพลิกพลิกทั้งปีกลับมามีกำไร ปิดรายได้ทะลุ 195,654 ล้านบาท เตรียมนำ ธุรกิจ MEB เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปีนี้
นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าทุบสถิติสูงสุด ประกาศความสำเร็จด้วยผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 มีรายได้ 58,765 ล้านบาท บวก 15 % EBITDA 8,031 ล้านบาท บวก 42% กำไรสุทธิ 2,464 ล้านบาท บวก 124% ทำให้สามารถปิดปี 2564 ด้วยการพลิกมีกำไรสุทธิ 277 ล้านบาท EBITDA 20,059 ล้านบาท จากรายได้รวมทั้งสิ้น 195,654 ล้านบาท
“แม้ต้องเผชิญภาวะการระบาดของ COVID-19 เป็นระยะเวลายาวนานพร้อม ๆ กันทั้งในประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี แต่เซ็นทรัล รีเทล ก็ยังบริหารธุรกิจจนมีผลกำไรและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น ด้วยการจ่ายเงินปันผล 0.30 บาทต่อหุ้น” นายญนน์ กล่าว
ฮาร์ดไลน์ หนุนพอร์ตค้าปลีกโต
สำหรับผลดำเนินการธุรกิจค้าปลีกประเทศไทย ปี 2564 มาจากการที่ บริษัท มีแพลตฟอร์ม Multi-Category ทำให้สามารถปรับเปลี่ยน portfolio ให้ทันกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยมุ่งโฟกัสที่กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของผู้บริโภค จึงทำให้กลุ่มนี้มีการเติบโตเป็นอย่างมาก และยอดขายสูงกว่าช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 กว่า 26%
พร้อมกับขยายสาขาไทวัสดุรวม 5 สาขา และเปิดร้านค้ารูปแบบใหม่ภายใต้ go! WOW 15 สาขาภายในเวลาเพียง 3 เดือนในปี 2564 ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี ตอกย้ำการเป็นผู้นำบนแพลตฟอร์ม Omnichannel Home Improvement
นอกจากนี้ บริษัท ยังได้ควบรวมกิจการของ COL ประกอบไปด้วย OfficeMate, B2S และ จะนำ ธุรกิจ MEB ลีดเดอร์ในธุรกิจ E-Book และเว็บไซต์อ่านนิยายของไทยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปีนี้ 2565
สำหรับ กลุ่มธุรกิจฟู้ด ได้ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในปี 2564 จากการเปิดท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต อีก 46 สาขา ส่วนธุรกิจแฟชั่น มีการเติบโตสูงสุดในไตรมาส 4 เมื่อเทียบกับไตรมาสอื่นๆ ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาและมีแนวโน้มดีต่อเนื่องในปัจจุบัน
แผนลงทุน เวียดนาม ต่อเนื่อง
สำหรับตลาดประเทศเวียดนาม บริษัทยังคงมีแผนลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีการรีโนเวทและขยายสาขา ตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ต และ ไลฟ์สไตล์ มอลล์ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง
ทั้งยังขยายไปในตลาดฟู้ด โดยการเปิดมอลล์ฟอร์แมทใหม่ mini go! ที่เจาะกลุ่มลูกค้า Mass และได้เปิด Tops Market เพื่อครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าในประเทศเวียดนาม แม้เวียดนามประสบปัญหาจากโควิดทำให้สาขาต้องปิดทั้งในไตรมาส 2 และ 3 เซ็นทรัล รีเทล ยังสามารถทำยอดขายในเวียดนามโตกว่าช่วงก่อนโควิดมากกว่า 8% และEBITDA มีการเติบโตประมาณ 9% จากปีที่แล้ว
ปรับโฉม รีนาเซนเต้ อิตาลี รับท่องเที่ยวฟื้น
สำหรับธุรกิจในประเทศอิตาลี บริษัทดำเนินการปรับปรุงห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต้ (Rinascente) สาขาเรือธง 3 แห่ง คือ มิลาน ฟลอเรนซ์ และโรม โดยใช้ช่วงที่ประเทศอิตาลีมีการล็อคดาวน์และปรับปรุงเสร็จทันช่วงที่เปิดประเทศเมื่อกลางปี 2564 จึงส่งผลให้มีผลประกอบการและจำนวนลูกค้าเติบโตดีต่อเนื่อง เนื่องจากได้กำลังซื้อจากผู้จับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ และนักท่องเที่ยวจากยุโรปกลับมา
ส่งผลให้ยอดขายในไตรมาส 4 กลับมาเทียบเท่า 99% ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ยอดขายทั้งปีของประเทศอิตาลีฟื้นตัวแรงโตได้ประมาณ 30% จากปีที่ผ่านมา และ EBITDA โตกว่า 4 เท่า จากปีที่แล้ว
นายญนน์ กล่าวว่า ธุรกิจ พร็อพเพอร์ตี้ มีการขยายและปรับปรุงสาขาทั้งในไทยและเวียดนาม โดยมีการเปิด GO! ไลฟ์สไตล์ มอลล์ ในเวียดนาม และศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ในไทยรวมทั้งสิ้น 6 สาขา สำหรับศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ยังคงรักษาระดับ Occupancy Rate ได้มากกว่า 90% และจำนวนลูกค้าที่เข้าศูนย์การค้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยสิ้นปี 2564 เซ็นทรัล รีเทล มีศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ GO! ไลฟ์สไตล์ มอลล์ รวมทั้งสิ้น 69 สาขา และมีพื้นที่เช่ากว่า 650,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ในส่วนของ เซ็นทรัล รีเทล ได้ยกระดับองค์กรและบุคคลากรในเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีโดยมีการปรับวัฒนธรรมองค์กรให้เป็น Digital-First Culture และพัฒนา Omnichannel Platform ให้สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้เซ็นทรัล รีเทล เป็นผู้นำในแพลตฟอร์ม Omnichannel ทำให้ยอดขายผ่านแพลตฟอร์มนี้มีสัดส่วน 20% ของยอดขายทั้งหมด และเติบโต 109%
อีกทั้งยังมีการพัฒนา CRC Data Ecosystem และพัฒนาเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ๆ ให้กับทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตอกย้ำการเป็นผู้นำค้าปลีกแห่งอนาคต







