posttoday
คลังฉาย 7 โจทย์ใหญ่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 10 ปีข้างหน้า

คลังฉาย 7 โจทย์ใหญ่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 10 ปีข้างหน้า

09 กุมภาพันธ์ 2565

รมว.คลัง เชื่อเศรษฐกิจไทย 10 ปีข้างหน้าท้าทาย แต่โตได้ยั่งยืนโดยต้องผ่าตัด 7 เรื่องใหญ่

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ? รมว.คลัง กล่าว ในงาน POST TODAY FORUM 2022 FUTURE OF GROWTH: "Thailand Vision 2030" ในโอกาสฉลองก้าวสู่ปีที่ 20 โพสต์ทูเดย์ ว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เรื่องเศรษฐกิจและการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยอีก 10 ปีหน้า หนีไม่พ้นสิ่งที่มากระทบประเทศในปัจจุบันขณะนี้ เพราะเวลา 10 ปีหน้าถือว่าไม่นาน ถ้าไทยไม่ปรับตัวตั้งแต่วันนี้จะทำให้ความสามารถของเศรษฐกิจไทยถดถอยลงไป ดังนั้นจำเป็นต้องมีการปรับตัวเรื่องนโยบายเศรษฐกิจในอนาคตอย่างน้อย 7 ด้าน ประกอบด้วย

1. การขยายตัวเศรษฐกิจไทยต้องมีความยั่งยืน กระจาย ไม่กระจุกตัว การเตรียมมือรับกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ

2 การพัฒนาเทคโนโลยีด้านดิจิทัล ทั้งภาครัฐและเอกชน ในส่วนของภาครัฐได้ใช้ดิจิทัลในโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน บัตรสวัสดิการคนจน และระบบการชำระภาษี ก็ใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น

3. การปรับตัวดิจิทัลในภาคธุรกิจเป็นหนึ่งในนโยบายที่รัฐบาลส่งเสริม ถ้าไม่ปรับตัวอนาคตส่งที่จะมีผลกระทบกับภาคการผลิตและตลาดแรงงาน

4. การเปลี่ยนแปลงภาคการเงิน เรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น สถาบันการเงินต้องปรับตัว จะมีการกู้เงินที่ไม่ผ่านสถาบันการเงินมากขึ้น (เพียร์ ทู เพียร์) การระดมทุนไม่ผ่านสถาบันการเงิน เรียกว่า (คลาวน์ฟันด์ดิ้ง) จะเข้ามามีบทบาทในระบบสถาบันการเงิน

5 การให้บริการทางสุขภาพ (เฮล แอนด์ เวลเนส) เป็นจุดแข็งที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้น ภาคธุรกิจเริ่มมีการปรับตัว มีการรวมธุรกิจ 2 ประเภท คืออสังหา กับธุรกิจการดูแลผู้ป่วย เชื่อม 2 เรื่องเข้าด้วยกัน ซึ่งรัฐบาลให้การส่งเสริม

6 การพัฒนาเศรษฐกิจคู่ขนานทั้ง 2 ด้าน คือการเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร อุตสาหกรรม เป็นจุดแข็ง การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงสตาร์ทอัพ หรือเอสเอ็มอี 3 ล้านราย รัฐบาลให้การส่งเสริม สถาบันการเงินต้องให้การสนับสนุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอี ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ทั้งการส่งออก การท่องเที่ยว และภาคบริการของไทย ให้กลับมาฟื้นตัวได้เหมือนก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19

7 สังคมผู้สูงอายุ ต้องมีระบบที่ดูแลผู้สูงอายุที่เหมาะสม รวมทั้งมาตรการทดแทนแรงงานที่ลดน้อยถอยลง หรือมาตรการให้มีการจ้างงานผู้สูงอายุ ให้แรงจูงใจต่างๆ ผ่านมาตรการการเงิน การคลังเข้าไปช่วย

"ทั้ง 7 เรื่องที่เราควรจะมองในอนาคตอีก 10 ปีหน้า เพราะเป็นเรื่องที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ยั่งยืนมีเสถียรภาพ" นายอาคม กล่าว

นายอาคม กล่าวว่า นโยบายการคลังในอนาคตต้องยอมรับว่า 2 ปีที่ผ่านมา มีภาระด้านการคลังค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงที่ต้องจัดหาเงินกู้เพื่อเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการระบาดของโควิด ดังนั้นสิ่งที่ต้องมองในอนาคต เป็นประเด็นพูดทั่วโลก 2 ประเด็น คือ

1. ความยั่งยืนทางการคลัง เพิ่มประสิทธิภาพมาตรการทางการคลัง การจัดหารายได้ในภาครัฐ การขยายฐานภาษี ฐานรายได้ เป็นเรื่องจำเป็น

2. กรอบกติกาของโลกเปลี่ยนไป การลดความเหลื่อมล้ำการจัดเก็บภาษีระหว่างประเทศ มีความได้เปรียบ เสียเปรียบ เหลื่อมล้ำในระบบการจัดเก็บภาษีระหว่างประเทศ ประเทศที่ยากจน ประเทศกำลังพัฒนา และประเทศที่เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ มีความได้เปรียบเสียเปรียบอยู่ แม้จะมีข้อตกลงการเก็บภาษีซ้อน ซึ่งจะช่วยประเทศที่เสียเปรียบมากขึ้น โดยเฉพาะการกัดกร่อนทางภาษี เช่น บรรษัทข้ามชาติอาจโยกย้ายรายได้ไปในประเทศของตนแทนที่จะชำระภาษีในประเทศที่ได้รายได้จากประเทศนั้น ๆ มีกติกาเรื่องนี้ออกมาแล้วในปีที่ผ่านมา กติการของ OECD ซึ่งไทยเป็นสมาชิกและต้องปฏิบัติ ซึ่งไทยได้ประโยชน์เรื่องการลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บภาษี ซึ่งจะช่วยความยั่งยืนด้านภาษี เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจในอนาคต

นายอาคม กล่าวว่า เวลานี้ประเทศไทยยังไม่ผ่านปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน ประชาชน ในการลดการระบาดจำเป็น เพื่อลดผลกระทบที่เกิดกับเศรษฐกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจปี 65 โต 3.5-4.5% ให้ได้

คลังฉาย 7 โจทย์ใหญ่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 10 ปีข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน