
คาดโอมิครอนพ่นพิษศก.ไทยหนักสุด จีดีพีทรุด3%
วิจัยกรุงศรีคาดโอมิครอนพ่นพิษศก.ไทย ทำจีดีพีทรุดหาย 0.6-3%
วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรี ประเมิน สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 กลับมาสร้างความกังวลต่อระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากสายพันธุ์โอมิครอนกลายมาเป็นสายพันธุ์หลักของการระบาดในหลายประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันพุ่งสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดอย่างต่อเนื่อง
วิจัยกรุงศรีศึกษาความเป็นไปได้ของการระบาดสายพันธุ์โอไมครอนเป็น 3 กรณี คือ
กรณีฐาน จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจะเพิ่มขึ้นสูงสุดเกือบ 1.1 หมื่นคนในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ก่อนลดลงอย่างช้าๆ จำนวนผู้เสียชีวิตรายวันสูงสุดที่ประมาณ 50 คนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยคาดว่าในครึ่งปีแรกจะมีผู้ป่วยโควิด-19 รวมทั้งสิ้น 8.8 แสนราย มีผู้เสียชีวิตประมาณ 5 พันคนในช่วงเดียวกัน ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจลดลงไป 0.6%
กรณีเลวร้าย จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจะเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่เกือบ 1.6 หมื่นคนและมีผู้เสียชีวิตรายวันสูงสุดที่ประมาณ 100 คน ในกรณีนี้คาดว่าในครึ่งปีแรกจะมีผู้ป่วยโควิด-19 รวมทั้งสิ้น 1.4 ล้านราย ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจลดลงไป 1.4%
กรณีเลวร้ายที่สุด วัคซีนเข็มกระตุ้นไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ จะทำให้มีผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดประมาณ 3.2 หมื่นรายในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึง 300 รายต่อวัน โดยในครึ่งปีแรกคาดว่าจะมีผู้ป่วยทั้งสิ้น 3.5 ล้านคนและผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 3 หมื่นราย ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจลดลงไป 3.0%
วิจัยกรุงศรี ประเมินว่า แม้ว่าความกังวลต่อการระบาดของโอมิครอนทำให้การผ่อนคลายมาตรการควบคุมต้องเลื่อนออกไป แต่จำนวนผู้เสียชีวิตที่ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก ทำให้การผ่อนคลายมาตรการเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไปได้ จากดัชนี Stringency Index ของ University of Oxford และแบบจำลองของวิจัยกรุงศรี พบว่า การผ่อนคลายมาตรการมีแนวโน้มช้ากว่าที่คาดการณ์ก่อนมีการระบาดของโอมิครอนเล็กน้อย โดยในกรณีฐานระดับความเข้มงวดของมาตรการ ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 คาดว่าจะอยู่ที่ 20% เทียบกับ 15% ก่อนจะมีการระบาดของโอไมครอน ส่วนในกรณีเลวร้ายที่สุด มาตรการควบคุมอาจจะต้องถูกนำกลับมาใช้อีกรอบ โดยความเข้มงวดของมาตรการคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 65% ใกล้เคียงระดับความเข้มงวดของมาตรการในปี 2564







