
พณ.ฟุ้งผลงานดีส่งออกพุ่ง-สินค้าเกษตรราคาสูง
กระทรวงพาณิชย์โชว์ 6 ผลงานเด่น ดันยอดส่งออกทะลุเป้า สินค้าเกษตรราคาสูง ควบคุมเงินเฟ้อเหมาะสม ริเริ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์
กระทรวงพาณิชย์โชว์ 6 ผลงานเด่น ดันยอดส่งออกทะลุเป้า สินค้าเกษตรราคาสูง ควบคุมเงินเฟ้อเหมาะสม ริเริ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยผลการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ในปี 2553 ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ผลักดันการส่งออกให้มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่าทั้งปีมูลค่าการส่งออกน่าจะขยายตัวอยู่ที่ 26.5-28.5% หรือคิดเป็นมูลค่า 1.93-1.96 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทะลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งในช่วง 11 เดือนของปี 2553 (ม.ค.-พ.ย.) การส่งออกมีมูลค่า 1.77 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 29.15% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้ามูลค่า 1.18 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะในเดือนมิ.ย.ที่ยอดส่งออกขยายตัวสูงที่สุดที่ระดับ 46.3%
ทั้งนี้ เป็นผลมาจาการที่เร่งใช้มาตรการขยายตลาดใหม่ และรักษาตลาดเดิม รวมถึงการตั้งเจ้าหน้าที่มาดูแลเป็นรายสินค้า ร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการส่งออกในภูมิภาคเอเชีย (อาเซียน จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย) มากขึ้น และเน้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการค้า (เอฟทีเอ) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ก็ยังคงรักษาตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกา และสหรัฐยุโรป (อียู) ไปพร้อมๆ กัน
ขณะที่การค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่าการค้าโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำยุทธศาสตร์การค้าใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อบ้าน เช่น การตั้งศูนย์ส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-ประเทศเพื่อนบ้านทุกจังหวัด ใช้งบประมาณรวม 30 ล้านบาท ทำให้มูลค่าการค้าชายแดนในช่วง 11 เดือน มีมูลค่ารวม 7.12 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 23.6% โดยได้ตั้งเป้าหมายจะสร้างมูลค่าการค้าชายแดนให้ขยายตัวถึง 1 ล้านล้านบาท ภายในปี 2555
ด้านราคาสินค้าเกษตรมีราคาขึ้นสูงเกือบทุกตัว เช่น ข้าวเจ้า (นาปรัง) จาก 7,820 บาท/ตัน เป็น 8,987 บาท/ตัน เพิ่มขึ้น 14.9% ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จาก 8.05 บาท / กิโลกรัม (กก.) เป็น 9.08 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 14.3% มันสำปะหลังจาก 1.99 บาท/กก. เป็น 3.26 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 38.10% ยางพาราจาก 90.93 บาท/กก. เป็น 125.58 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 38.10% รวมถึงราคาผลไม้ต่างๆด้วย เนื่องจากกระทรวงฯได้ดำเนินมาตรการขยายตลาด เชื่อมโยงการค้าสินค้าเกษตร รวมทั้งเร่งระบายสินค้าเกษตรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก เพื่อกระจายไปยังปลายทาง และยังได้ดำเนินการตามนโยบายประกันรายได้ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ยังสามารถดูแลภาวะเงินเฟ้อเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ 3-3.5% โดยขณะนี้เงินเฟ้อของไทยอยู่ที่ระดับ 3.4% ซึ่งกระทรวงพาณิชย์สามารถส่งสัญญาณในการขึ้นราคาสินค้าอย่างเหมาะสม รวมทั้งการเข้าไปกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพอย่างใกล้ชิด เช่น อาหารสด อาหารสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ส่วนบุคคล
ส่วนผลงานอื่นๆ ได้แก่ การพลิกโฉมการบริการ โดยได้ปรับปรุงระบบการจดทะเบียนธุรกิจ ณ จุดเดียว การบุกเบิกด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เชิงพาณิชย์ในอาเซียน ตั้งเป้าหมายผลักดันให้มูลค่าของอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 20% ในปี 2555 และสามารถบริหารระบบเศรษฐกิจการค้าในภาวะวิกฤติประเทศให้ผ่านพ้นไปได้อย่างดี
"สำหรับปีหน้าจะเน้นการกระตุ้นตลาดในประเทศควบคู่กับตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องการดำเนินงานจะพยามยามให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด และจะปฏิบัติตามระเบียบขั้นตอนตามกฎหมายทุกอย่าง"นางพรทิวา กล่าว
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หากคิดเป็นคะแนนผลการทำงาน คงจะให้ 9 เต็ม 10 คะแนน เพราะผลงานที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี 2553 ของกระทรวงพาณิชย์ ถือได้ว่าเป็นผลงานที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี







