posttoday
อุตฯอาหารคาดส่งออกปี54ยังทรงตัว

อุตฯอาหารคาดส่งออกปี54ยังทรงตัว

20 ธันวาคม 2553

กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร คาดส่งออกปี2554ทรงตัว แต่ถ้าโชคดีจะขยายตัว 5-10% หวังสินค้ากลุ่มอาหารทะเลเป็นตัวช่วยฉุดยอด มองการทำธุรกิจปีหน้าลำบาก คาดการณ์สถานการณ์ยาก

กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร คาดส่งออกปี2554ทรงตัว แต่ถ้าโชคดีจะขยายตัว 5-10% หวังสินค้ากลุ่มอาหารทะเลเป็นตัวช่วยฉุดยอด มองการทำธุรกิจปีหน้าลำบาก คาดการณ์สถานการณ์ยาก

นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในปี 2554 การส่งออกอาหารของไทยคาดว่าจะอยู่ในระดับที่ทรงตัว ไม่ขยายตัวจากปีนี้ที่มีมูลค่าส่งออกประมาณ 7.8 แสนล้านบาท แต่หากโชคดีน่าจะขยายตัวได้ที่ระดับ 5-10% มูลค่าประมาณ 8-8.2 แสนล้านบาท โดยจะมีสินค้ากลุ่มอาหารทะเล ที่สามารถเลี้ยงได้เองไม่ต้องคำนึงถึงสภาพอากาศ หรือที่เลี้ยงในโรงเลี้ยงปิด และกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป เป็นตัวเด่นในการส่งออก

ขณะนี้คำสั่งซื้อล่วงหน้ายังเข้ามาแน่นเหมือนเดิม ยกเว้นแต่กลุ่มไก้ต้มสุกที่ส่งไปสหภาพยุโร (อียู) ยังไม่สามารถส่งไปได้ตามโควตา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาไข้หวัดนก ที่แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทย แต่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน ก็ส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อของไทยเช่นเดียวกัน

การประเมินสถานการณ์ของอุตสาหกรรมอาหารในปีหน้ามองว่าเป็นปีที่ยากลำบาก เนื่องจากต้นทุนในกระบวนการผลิตเพิ่มขึ้น แต่ตลาดยังเท่าเดิม และต้องขายสินค้าในราคาเดิม ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนยังคงไม่มีเสถียรภาพ ผู้ประกอบการไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะขายสินค้าในราคาใด และจะได้เงินตามที่คำนวณต้นทุนไว้หรือเปล่า

ความต้องการทั้งในตลาดโลก และตลาดในประเทศไม่สามารถประเมินได้ โดยเฉพาะตลาดส่งออกหลักของไทย เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวอย่างมั่นคง และปัญหาโลกร้อน ที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้ขาดแคลนวัตถุดิบ แม้จะมีคำสั่งซื้อเข้ามามากแต่ก็ไม่มีสินค้าขายให้

"ปีหน้าสถานการณ์คาดเดายาก สินค้าที่ไทยควบคุมได้ ผลิตได้เอง ไม่ต้องพึ่งพาสภาพอากาศ เช่น ไก่ ก็ยังติดโควตาการส่งออกอยู่ ส่วนสินค้าเกษตร เช่น สับปะรด คำสั่งซื้อมีแต่ผลผลิตไม่มีขาย ขณะที่สถานการณ์ความต้องการของตลาดหลักน่าจะทรงตัว ขายได้เท่าทุน แต่ก็จำเป็นต้องรักษาตลาดไว้ จึงเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงสำหรับผู้ประกอบการ"นายวิศิษฎ์ กล่าว

สำหรับแนวโน้มราคาสินค้าอาหารจะมีการปรับราคาสินค้าขึ้นอย่างแน่นอนอย่างน้อย 5-10% เนื่องจากต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้น ทั้งจากราคาพลังงาน วัตถุดิบทางการเกษตร ค่าแรง แต่การจะปรับขึ้นราคาคงต้องรอดูสถานการณ์ของตลาดด้วยว่ามีความต้องการสินค้ามากน้อยแค่ไหน เพราะหากตลาดเงียบเหงาการปรับราคาขึ้นคงทำได้ยาก

อย่างไรก็ตาม สินค้าอาหารส่วนใหญ่อยู่ในรายการสินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ การปรับขึ้นราคาคงไม่สามารถทำได้ตามที่คาดไว้ เพราะตอนนี้รัฐบาลได้ประกาศนโยบายให้ดูแลราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ผู้ประกอบการที่ต้องการขึ้นราคาก็ยังไม่สามารถปรับราคาได้ให้สอดคล้องกับต้นทุน

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย