
ททท.กลัวทัวร์ยุโรปช็อคค่าแอร์พาสเซ็นเจอร์
ททท.หวั่นปีหน้าตลาดยุโรปช็อค รัฐบาลเรียกเก็บค่าแอร์พาสเซ็นเจอร์ ดิวตี้นักเดินทาง เชื่อนักท่องเที่ยวลด รุกปรับสินค้าลักชัวรี่ดูดเงินในกระเป๋าแทน
ททท.หวั่นปีหน้าตลาดยุโรปช็อค รัฐบาลเรียกเก็บค่าแอร์พาสเซ็นเจอร์ ดิวตี้นักเดินทาง เชื่อนักท่องเที่ยวลด รุกปรับสินค้าลักชัวรี่ดูดเงินในกระเป๋าแทน
นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับเอกชนท่องเที่ยว ว่า จากการประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวในปี 2554 ตลาดระยะไกลแถบยุโรป จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยลดลง เนื่องจาก 4 ปัจจัยลบ ได้แก่ 1.การจัดเก็บค่าแอร์พาสเซ็นเจอร์ ดิวตี้ ซึ่งประเทศสหราชอาณาจักรได้เริ่มใช้ เมื่อ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา และประเทศเยอรมนี เตรียมใช้วันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า 2. อัตราค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินยูโร 3.สภาวะเศรษฐกิจโลกแถบยุโรปและอเมริกาชะลอตัว และ4.ราคาน้ำมัน โดยททท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อนประเมินผลว่าจะปรับลดในระดับใด
ทั้งนี้การจัดเก็บค่าแอร์พาสเซ็นเจอร์ ดิวตี้ ส่งผลให้ตั๋วโดยสารนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามระยะการเดินทาง ซึ่งประเทศไทยอยู่ในโซนซี จากระดับไกลที่สุดคือโซนดี ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางมาไทยได้
อย่างไรก็ตามในปีหน้า ททท.ได้เตรียมเปิดตลาดใหม่ อย่าง ประเทศบราซิล อาเจนติน่า โดยแต่งตั้งตัวแทนตลาด เพื่อทำการตลาดทดแทนตลาดที่ลดลง รวมถึงการให้ความสำคัญกับตลาดโซนเอเชียเพิ่มขึ้น ด้วยการร่วมมือกับบริษัททัวร์ในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมการตลาดร่วมกัน โดยเฉพาะตลาดกลุ่มดาวรุ่งที่มีกำลังซื้อสูง อย่าง จีน อินเดีย และอินโดนีเชีย
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกาและตะวันออกกลาง ททท. กล่าวว่า ช่วงต้นปีหน้าคาดว่าประเทศในกลุ่มอียูจะทยอยใช้มาตราการจัดเก็บค่าแอร์พาสเซ็นเจอร์ ดิวตี้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการสายการอยู่ระหว่างการประท้วงหาหาข้อสรุป
ทั้งนี้ ททท.ได้เตรียมปรับแผนรับมือกับแนวโน้มการเดินทางที่ลดลง โดยการนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวในกลุ่มลักชัวร์รี่มากขึ้น เช่นโรงแรมที่พักระดับ 5-6 ดาว สินค้าช็อปปิ้ง ร้านอาหาร เพื่อเพิ่มวันพักและค่าใช้จ่ายต่อคนเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรป มีสัดส่วน 28% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทย สัดส่วนรายได้ 39%
นายสุรพล กล่าวว่า ททท.ได้เตรียมนำเสนอแนวโน้มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเดินทางมาไทยปี 2554 จำนวน 16.4-16.5 ล้านคน รายได้ 6.2 แสนล้านบาท เป้าหมายนักท่องเที่ยวคนไทย 91 ล้านคน/ครั้ง รายได้ 4.3 แสนล้านบาท ในที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)ททท.พิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยได้เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนด โดยคาดว่าปีนี้จะเดินทางมา 15.5 ล้านคน รายได้ 5.8 แสนล้านบาท เทียบกับเป้าที่ตั้งไว้ 14.2 ล้านคน รายได้ 5.5 แสนล้านบาท
ทั้งนี้การปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะททท.ได้ทำการตลาดที่หลากหลายกว่า 7 ภูมิภาคทั่วโลก ทำให้บางตลาดที่นักท่องเที่ยวลดลง แต่บางตลาดอาจเพิ่มขึ้น เช่น จีน เติบโต 45% จำนวน 1 ล้านคน เทียบกับปีที่ผ่านมา 8 แสนคน อินเดียโต 45% เป็นต้น
อย่างไรก็ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไม่ตรงกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ททท.เตรียมหารือเรื่องดังกล่าวร่วมกับภาคเอกชนท่องเที่ยวอีกครั้ง เพื่อวางแนวทางการจัดเก็บร่วมกัน ซึ่งมองว่านักท่องเที่ยวได้เข้าพักแบบกระจายทุกภูมิภาค







