
เอสเอ็มอีแบงก์ตั้งเป้าปีหน้าโตคุณภาพลดหนี้เสีย17%
เอสเอ็มอีแบงก์ ชูปีหน้าโตเน้นคุณภาพ ตั้งเป้าสินเชื่อคงค้างแสนล้านบาท ลดเอ็นพีแอลเหลือ 17% โชว์กำไรต่อเนื่อง 2 ปี กว่า 300 ล้าน
เอสเอ็มอีแบงก์ ชูปีหน้าโตเน้นคุณภาพ ตั้งเป้าสินเชื่อคงค้างแสนล้านบาท ลดเอ็นพีแอลเหลือ 17% โชว์กำไรต่อเนื่อง 2 ปี กว่า 300 ล้าน
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอี แบงก์ เปิดเผยว่า แผนการบริหารงานในปี 2554 จะเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ได้แก่ การปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แต่จะเน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กตามนโยบายรัฐบาล และจะเร่งลดปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จากที่เคยอยู่ในระดับ 51% เหลือ 23% หรือประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2554 ที่ระดับ 1.7 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการดูแลความเพียงพอของระดับเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) และแหล่งระดมทุนที่มีเสถียรภาพ ทั้งนี้เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารได้เร่งปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการจนทำให้ยอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มจาก 4.3 หมื่นล้านบาท เป็น 8 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้บีไอเอสลดลงจาก 10% เหลือต่ำกว่าเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ตั้งไว้ 8.5%
ดังนั้น ธนาคารจึงเตรียมเสนอแผนเพิ่มทุนต่อกระทรวงการคลัง จำนวน 2,500 -5,000 ล้านบาท เพื่อให้มีทุนเพียงพอต่อการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงขอเปิดรับฝากเงินจากรายย่อย เพื่อให้ธนาคารสามารถระดมทุนเพื่อปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ ขณะเดียวกันธนาคารมีนโยบายพัฒนาผู้ประกอบการซึ่งจะเน้นเรื่องพัฒนาด้านการตลาด การจัดการภายใน การสร้างเครือข่ายพันธมิตรร่วมกับเอกชน
“ในปี 2553 ธนาคารมีกำไรต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 กว่า 300 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนติดต่อกัน 3 ปี เป็นเงินกว่า 7 พันล้านบาท และในปี 2554 ตั้งเป้าหมายสินเชื่อคงค้างจะอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในเศรษฐกิจกว่า 2 แสนล้านบาท และตั้งเป้าลดเอ็นพีแอลเหลือ 17%”นายพงษ์ภาณุ กล่าว
นายโสฬส สาครวิศวะ กรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอี เปิดเผยว่า ในปี 2554 ตั้งเป้าขยายสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น 1 หมื่นล้านบาท รวมถึงจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ และทัศนคติของพนักงาน ในการให้บริการที่มีเซอร์วิซ มายด์ มากขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่าธนาคารจะพยายามคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในไตรมาส 1 แม้คาดว่าภายในปีหน้าทั้งปีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับดอกเบี้ยเพิ่มอีก 0.5% ก็ตาม







