posttoday
ส.ค้าปลีกขอผ่อนผันติดฉลากกระเช้าปีใหม่

ส.ค้าปลีกขอผ่อนผันติดฉลากกระเช้าปีใหม่

15 ธันวาคม 2553

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ส่งหนังสือถึง อ.ย.ขอผ่อนผันติดฉลากกระเช้าปีใหม่  พร้อมรับประกันสินค้าใหม่หลังวันที่ 22 ธ.ค.ติดฉลากครบทุกรายการ

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ส่งหนังสือถึง อ.ย.ขอผ่อนผันติดฉลากกระเช้าปีใหม่  พร้อมรับประกันสินค้าใหม่หลังวันที่ 22 ธ.ค.ติดฉลากครบทุกรายการ

น.ส.บุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลักไทย เปิดเผยว่าในวันนี้(15 ธ.ค.) สมาคมฯ เตรียมยื่นหนังสือถึงสำนักกรรมกรรมการอาหารและยา(อย.)กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ขอให้พิจารณาเรื่องกรอบ เวลาในการดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อขอผ่อนผันระยะเวลาดำเนินการแสดงฉลากแต่ละรายการอาหาร ระบุวันเดือนปี ที่หมดอายุ หรือ ควรบริโภคก่อน ไว้ที่ภาชนะ หรือเรื่องการจัดกระเช้าของขวัญ ลักษณะการนำอาหาร หรือ สินค้าหลายๆชนิดมารวมกัน ตามประกาศกรทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อประโยชน์การคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งส่งผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2553 เป็นต้นไป

ทั้งนี้สมาคมฯ ในฐานะตัวแทนสมาชิกผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกไทย พร้อมให้ความร่วมมือตามประกาศฉบับดังกล่าว แต่เห็นว่าเป็นสิ่งค่อนข้างกระทันหันต่อการดำเนินการติดฉลากระบุรายละเอียดไว้ที่กะเช้าของขวัญปีใหม่ เนื่องจากผู้ประกอบการค้าปลีกต้องวางแผนร่วมกับผู้ผลิตจัดหาสินค้า(ซัพพลายเออร์) ในการเตรียมสินค้าร่วมกันไม่ต่ำกว่า 5-6เดือน ที่ปัจจุบันมีสินค้ากระเช้าของขวัญปีใหม่อยู่ในตลาดพร้อมจำหน่ายแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านกระเช้าในตลาดช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์นเทรด)

อย่างไรก็ตามกระเช้าของขวัญปีใหม่จำนวนดังกล่าว ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เดิมที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ 3 แนวทาง คือ 1.สินค้าที่นำมาจัดกระเช้าประเภทอาหาร ต้องมีระยะเวลาก่อนหมดอายุไม่ต่ำกว่า 6เดือน โดยต้องแสดงรายละเอียดวันหมดอายุของสินค้าที่มีอายุสั้นที่สุดในกระเช้า เป็นต้น 2. ผู้บริโภคสมารถร้องทุกข์ หากเห็นว่าสินค้าหรือราคาไม่เป็นไปตามความจริง และ 3.ของรางวัลลดแลกแจกแถม ต้องแสดงระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดเงื่อนไข มูลค่าของรางวัลและสถานที่รับสินค้าให้ชัดเจน  ซึ่งผู้ประกอบการค้าปลักทุกรายดำเนินการปฏิบัติตั้งแต่เดือนต.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้สมาคมฯ คาดว่าผู้ประกอบการค้าปลีกทุกรายจะดำเนินการติดฉลากตามประกาศใหม่ในสินค้ากระเช้าจำนวน(ล็อต)ต่อไป ภายในระยะเวลา 1สัปดาห์นับจากนี้ หรือ ราววันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ขณะที่สินค้ากระเช้าเดิมจะยังคงจำหน่ายในตลาดต่อไป เนื่องจากดำเนินการจัดบรรจุสินค้าไปก่อนล่วงหน้าที่ประกาศฉบับนี้ประกาศใช้  โดยผู้บริโภคที่มีความกังวลใจในสินค้ากระเช้าสามารถนำมาเปลี่ยนได้ภายในวันที่ 28 ก.พ.ปีหน้า หรือหากอยู่นอกเหนือเทศกาลสามารถนำมาเปลี่ยนได้ภายใน 7 วัน

“กฎหมายดังกล่าว ส่งผลดีกับผู้บริโภคในภาพรวม แม้ว่าจะทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้างก็ตามซึ่งต้องขอเวลาปรับตัวเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง และขอให้ผู้บริโภคเข้าใจ” น.ส.บุษบากล่าว

สำหรับภาพรวมตลาดกระเช้าของขวัญปีใหม่ในปีนี้ คาดมีมูลค่าราว 750-800 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท โดยการเติบโตที่ลดลงเป็นผลจากภาพรวมเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติน้ำท่วม ที่กระทบกำลังซื้อ และผลผลิตทางการเกษตร 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน