posttoday
เอกชนจี้รัฐชี้แจงปรับค่าแรงขั้นต่ำ

เอกชนจี้รัฐชี้แจงปรับค่าแรงขั้นต่ำ

13 ธันวาคม 2553

เอกชนเตรียมส่งหนังสือให้รัฐบาลชี้แจงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ หลังปรับเพิ่มกว่าอัตราที่เสนอเข้าไป 50-100%

เอกชนเตรียมส่งหนังสือให้รัฐบาลชี้แจงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ หลังปรับเพิ่มกว่าอัตราที่เสนอเข้าไป 50-100%

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารส.อ.ท.ว่า ที่ประชุมมีมติ 1.ให้ทำหนังสือส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ชี้แจงถึงเหตุผลในการปรับค่าจ้างที่แตกต่างกันอย่างมาก ระหว่างมติของคณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด และคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรอง เนื่องจากอัตราที่เสนอไปและอัตราที่อนุมัติมีความแตกต่างกันมาก ผู้ประกอบการจากทุกภาคจึงสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก

2.ควรให้การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามวิธีเดิม โดยใช้หลักเกณฑ์หรือข้อเสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำของคณะอนุกรรมการไตรภาคี โดยไม่ผ่านคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรอง 3.ให้รัฐบาลดูแลสวัสดิการ ความเป็นอยู่ของแรงงานมากขึ้น รวมถึงกลุ่มเอสเอ็มอี ที่มีการใช้แรงงานมาก

นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานส.อ.ท. สายแรงงาน กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลทบทวนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และชี้แจงเหตุผลการปรับขึ้นค่าแรงในระดับสูง เนื่องจากกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก และไม่สามารถรับค่าแรงในระดับนี้ได้ ส่งผลให้ทางส.อ.ท.จังหวัดหลายแห่งแจ้งเข้ามาว่าหากรัฐบาลไม่พิจารณาเรื่องดังกล่าวใหม่ อาจจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากเครื่องจักร และลดคนงานออกบางส่วน 10-15% จึงต้องการให้ส่งหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ชี้แจงการปรับขึ้นค่าแรงงานในระดับดังกล่าว

"เคยเสนอให้ส.อ.ท.เข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการไตรภาคี เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการใช้แรงงานมาก แต่สุดท้ายก็ไม่มีกรรมการของส.อ.ท.เข้าไปอยู่ ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปแสดงความเห็นในคณะกรรมการไตรภาคี"นายทวีกิจ กล่าว

นายสิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง กล่าวว่า การปรับค่าจ้างในครั้งนี้เห็นว่าไม่เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการค่าจ้างของแต่ละจังหวัดเสนอ แต่ปรับเพิ่มขึ้นจากที่เสนอเข้าไปประมาณ 50-100% เช่น จังหวัดนครสวรรค์เสนอ 3 บาท แต่มติขึ้น 8 บาท อยุธยาเสนอ 5 บาท ปรับเพิ่ม 9 บาท เป็นต้น ซึ่งการพิจารณาค่าจ้างในครั้งนี้ต้องผ่านมติจากคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองค่าจ้างด้วย ถือเป็นกระบวนการที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย เพราะที่ผ่านมคณะอนุกรรมการจังหวัด จะเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการค่าจ้างกลาง (คณะกรรรมการไตรภาคี) และจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

ในกลุ่มของภาคกลางได้มีการทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว โดยขอให้ทบทวนการขึ้นค่าแรงในอัตราดังกล่าว เนื่องจากกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างมาก และอุตสาหกรรมในภาคกลางมีเอสเอ็มอีกว่า 5,000 โรงงาน ตลอดจนเป็นห่วงการลงทุนจากต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในเมืองไทย เพราะรัฐบาลไม่มีกฎเกณฑ์ในการพิจารณาขึ้นค่าแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในอนาคตได้

นอกจากนี้ แรงงานต่างด้าวจะได้รับผลประโยชน์จากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมากกว่าแรงงานไทย เพราะแรงงานไทยส่วนใหญ่จ้างเกินระดับนี้ไปแล้ว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน