
ธปท.เชื่อปีหน้าแรงกดดันค่าเงินลดลง
ธปท.เผยแรงกดดันค่าเงินบาทแข็งในปีหน้าลดลง เตือนธุรกิจเกี่ยวข้องอัตราแลกเปลี่ยน เตรียมรับมือเงินบาทเคลื่อนไหว 2 ทิศทาง ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า
ธปท.เผยแรงกดดันค่าเงินบาทแข็งในปีหน้าลดลง เตือนธุรกิจเกี่ยวข้องอัตราแลกเปลี่ยน เตรียมรับมือเงินบาทเคลื่อนไหว 2 ทิศทาง ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามดูสถานการณ์การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทล่าสุด พบว่าแรงกดดันเงินบาทแข็งค่าเริ่มปรับลดลง และเมื่อดูจากปัจจัยที่จะมากดดันค่าเงินบาท ไม่ว่าปัจจัยด้านการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่น่าจะปรับลดลงในปีหน้า จากภาวการณ์ส่งออกที่ขยายตัวลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอ ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)คาดว่าเศรษฐกิจโลกปีหน้าจะโตเพียง 4.2% จากปีนี้ที่คาดว่าจะโต 4 .8%
รวมถึง ปัจจัยจากปริมาณเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE)ของสหรัฐฯ ซึ่งน่าจะมีเงินเกินไหลเข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น แต่การที่ประเทศต่างๆเริ่มทยอยปรับดอกเบี้ยเข้าสู่ภาวะปกติ เช่นเดียวกันน่าจะทำให้แรงกดดันเงินทุนไหลเข้าไทยลดลงบ้าง การที่ประเทศต่างๆเริ่มเตรียมความพร้อมที่จะออกมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า และปัจจัยจากความไม่ชัดเจนในปัญหาของเศรษฐกิจแต่ละประเทศไม่ว่าจะในสหรัฐฯและยุโรป ทำให้ตลาดไม่แน่ใจน่าจะมีส่วนทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวนอีกระยะ และทำค่าเงินในสกุลภูมิภาครวมทั้งไทยเคลื่อนไหว ใน 2 ทิศทางมากขึ้น ไม่ว่าด้านที่จะแข็งค่าขึ้นหรืออ่อนค่าลง โอกาสจะเห็นเงินบาทแข็งค่าอย่างเดียวเช่นที่ผ่านมาคงน้อยลง
“ปัจจัยเหล่านี้น่าจะมีส่วนทำให้เงินบาทเคลื่อนไหว 2 ทิศทางมากขึ้น ไม่ใช่แข็งค่าอย่างเดียวเหมือนปีนี้ ฉะนั้น ผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับค่าเงิน ไม่ว่าจะผลทางด้านอ่อนหรือแข็งต้องเตรียมรับมือ มีการป้องกันความเสี่ยงผลที่จะเกิดขึ้นเอาไว้ด้วย เพราะปีหน้าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปจากปีนี้” นางผ่องเพ็ญกล่าว
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนพ.ย.ปีนี้แข็งค่าขึ้นแล้วกว่า 10%กว่า โดยการแข็งค่าของเงินบาทเป็นผลจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดี ซึ่งไทยส่งออกได้ดีมีการเกินดุลเดินสะพัดสูงและจากปัจจัยเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามีน้ำหนักใกล้เคียงกัน โดยข้อมูลล่าสุด เมื่อต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาพบว่ามีเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น 5.4 หมื่นล้านบาท และเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตร 1.55 แสนล้านบาท







