posttoday
ดีเดย์ ก.พ ปี'64 แข่งประมูลโรงไฟฟ้าชุมชน 150 เมกะวัตต์

ดีเดย์ ก.พ ปี'64 แข่งประมูลโรงไฟฟ้าชุมชน 150 เมกะวัตต์

16 พฤศจิกายน 2563

กพช.ไฟเขียวเอกชนยื่นแข่งประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่อง 150 เมกะวัตต์ ดึงชุมชนถือหุ้น 10% เคาะอัตรารับซื้อไฟฟ้า ชีวมวล-ชีวภาพ 4.2636 - 4.8482 บาทต่อหน่วย ระยะ20ปี คาดเปิดยื่นโครงการได้เดือนก.พ.ปีหน้า

นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการนำร่องโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก มีเป้าหมาย 150 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล 75 เมกะวัตต์ และก๊าซชีวภาพ 75 เมกะวัตต์ โดยจะเปิดรับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) แบบแข่งขันทางด้านราคา คาดเริ่มขายซองเอกสารประมูลต้นเดือนม.ค. 2564 และเปิดให้ยื่นโครงการได้ในเดือนก.พ. ซึ่งจะสามารถสรุปผลการพิจารณาได้ในเดือนมี.ค.

ทั้งนี้ภาคเอกชนจะเป็นผู้เสนอโครงการ โดยมีการแบ่งปันผลประโยชน์ ให้กับชุมชน เช่น การให้หุ้นบุริมสิทธิ ร้อยละ 10 ให้กับวิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน (ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมาย) ซึ่งจะเป็นผู้ปลูกพืชพลังงานให้แก่โรงไฟฟ้า การให้ผลประโยชน์อื่น ๆ ให้โรงไฟฟ้าและชุมชนทำความตกลงกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม เช่น ด้านการสาธารณสุข ด้านสาธารณูปโภค ด้านการศึกษา เป็นต้น

สำหรับอัตราการรับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff ระยะเวลา 20 ปี กรณี ชีวมวล มากว่า 3 เมกะวัตต์ กำหนดเพดานไว้ 4.2636 บาทต่อหน่วย และน้อยกว่า 3 เมกวัตต์ อยู่ที่ 4.8482 บาทต่อหน่วย โดยมีปริมาณเสนอขายไฟฟ้าไม่เกิน 6 เมกะวัตต์ต่อโครงการ ขณะที่ก๊าซชีวภาพ กรณีเป็นพืชพลังงานผสมน้ำเสียไม่เกิน 25% อัตรารับซื้อ 4.2769 บาทต่อหน่วย มีปริมาณเสนอขายไฟฟ้าไม่กิน 3 เมกะวัตต์ต่อโครงการ กำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (SCOD) ภายใน 36 เดือน

"เหตุผลที่ต้องให้เวลา 36 เดือนในการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ เนื่องจากการหาพื้นที่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องมีพื้นที่ใหม่สำหรับเพาะปลูกพืชพลังงานมาป้อนโรงไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้เวลาในการปลูกพืช และเกษตรกรต้องได้ประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องของพื้นที่ หากเทียบการผลิตไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์ต้องใช้พื้นที่ปลูกพืช 1,000 ไร่ ถ้า 3 เมกะวัตต์ ใช้พื้นที่ เท่ากับ 3,000 ไร่ ดังนั้น เกษตรกต้องคุ้นชินกับการปลูกพืช และต้องได้ผลผลิตตามเป้าหมาย ซึ่งในการพิจารณาคัดเลือกต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย"นายสุพัฒน์พงษ์ กล่าว

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กพช.ยังได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ การใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2564 ในวงเงิน 6,500 ล้านบาท โดยแผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน กรอบวงเงิน 6,305 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.กลุ่มงานตามกฎหมาย จำนวน 200 ล้านบาท 2. กลุ่มงานสนับสนุนนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน จำนวน 500 ล้านบาท 3. กลุ่มงานศึกษา ค้นคว้าวิจัย นวัตกรรม และสาธิตต้นแบบ จำนวน 355 ล้านบาท 4. กลุ่มงานสื่อสาร และข้อมูล ข่าวสาร จำนวน 200 ล้านบาท

5. กลุ่มงานพัฒนาบุคลากร จำนวน 450 ล้านบาท 6. กลุ่มงานส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมขนาดเล็ก (SMEs) อาคาร บ้านอยู่อาศัย ภาคขนส่ง ธุรกิจฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ และพื้นที่พิเศษ จำนวน 2,200 ล้านบาท 7. กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก จำนวน 2,400 ล้านบาท และแผนบริหารจัดการ ส.กทอ. จำนวน 195 ล้านบาท

ทั้งนี้กรณีการใช้งบในกลุ่มงานของเศรษฐกิจฐานราก พยายามจะกระจายให้ได้ ทั้ง 76 จังหวัด ผ่านคณกรรมการบริหารระดับจังหวัด ที่จะร่วมกับหน่วยงานพิจารณาคัดเลือกโครงการ ที่เหมาะสม ซึ่งแต่ละโครงการจะต้องเข้าหลักเกณฑ์การใช้เงิน เพื่อให้เกิดการใช้งบที่มีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

กรมประมง กางแผน SARA สู้ปลาหมอคางดำ กำจัดแล้วกว่า 8.3 ล้าน กก.

กรมประมง กางแผน SARA สู้ปลาหมอคางดำ กำจัดแล้วกว่า 8.3 ล้าน กก.