posttoday
‘แอลเอ็มจี’ให้เคลมผ่านไอโฟน

‘แอลเอ็มจี’ให้เคลมผ่านไอโฟน

08 ธันวาคม 2553

เกิดเหตุสั่งผ่านหน้าจอได้ทันที เชื่อกว่า5พันรายใช้บริการแน่

โพสต์ทูเดย์ — แอลเอ็มจีประกันภัย เปิดตัวเคลมบนมือถือไอโฟน มั่นใจลูกค้า 5,000 ราย ใช้บริการ

นายไพบูลย์ จิรายุวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส แผนกสินไหมทดแทน บริษัท แอลเอ็มจีประกันภัย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2554 บริษัทจะเปิดให้บริการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันรถยนต์บนมือถือไอโฟน โดยร่วมกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น พัฒนาแอพพลิเคชันบนมือถือ โดยลูกค้าที่มีไอโฟน สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันการเคลมสินไหมทดแทนไว้บนมือถือเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์สามารถทำเคลมหรือกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศ ระบบจะออนไลน์มาเชื่อมกับข้อมูลบริษัท แอลเอ็มจีฯ ทันที โดยไม่ต้องรอพนักงานเคลมให้เสียเวลา ทำให้ประหยัดเวลาและสะดวกสบาย

ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าที่ใช้ไอโฟนอยู่ร่วม 5,000 ราย เมื่อเปิดบริการนี้ขึ้นมา คาดว่าจะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น และในอนาคตจะไม่หยุดให้บริการแค่ไอโฟนเท่านั้น แต่จะพัฒนาเพื่อใช้กับสมาร์ตโฟนที่จะออกมาในเร็วๆ นี้

นายไพบูลย์ กล่าวว่า บริษัท ทรูฯ ได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ซื้อไอโฟนจากค่ายอื่นสามารถโหลดแอพพลิเคชันนี้ไปใช้ได้ฟรี เพียงแค่เป็นลูกค้าประกันภัยรถยนต์ของแอลเอ็มจีฯ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้ไอโฟนอยู่ร่วม 3 แสนราย จะทำให้การเคลมประกันออนไลน์ผ่านไอโฟนกว้างขวางขึ้น

นอกจากนี้ ในปี 2554 บริษัทจะเปลี่ยนอุปกรณ์ในการทำเคลมบนท้องถนนให้กับพนักงานเคลมทั้งหมด จากเดิมใช้เครื่องพีดีเอ เป็นมือถือซัมซุงรุ่นกาแล็กซี่ และไอแพด เพื่อความทันสมัยและรวดเร็ว

นายจอห์น ฟู ประธานบริหารสูงสุด บริษัท แอลเอ็มจีฯ กล่าวว่า ในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยรับว่าจะเติบโต 9% จากปีนี้ที่คาดว่าเบี้ยรับรวมจะเกิน 4,000 ล้านบาท โดยช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้มีเบี้ยรับรวมแล้ว 3,765 ล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไร 160 ล้านบาท แม้ว่าเบี้ยรับรวมจะเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับปี 2552 แต่เนื่องจากมีความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ร่วม 40 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้น ทำให้กำไรไม่เพิ่มขึ้นมากนัก

สำหรับเบี้ยรับกว่า 4,000 ล้านบาทนั้น กว่า 90% เป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ อีก 10% เป็นประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ซึ่งในจำนวน 10% เป็นเบี้ยประกันสุขภาพ 6% ที่เหลือเป็นประกันภัยประเภทอื่นๆ ซึ่งถือว่ายังต่ำ โดยบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์เป็น 15% ภายใน 3 ปีข้างหน้า หรือขั้นต่ำประมาณ 600 ล้านบาท

สำหรับ ที่ตั้งเป้าหมายเติบโต 9% ในปี 2554 ลดลงเมื่อเทียบกับการเติบโตของปี 2553 เนื่องจากปีหน้ามีนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของจีดีพีจะเพิ่มขึ้น 5% จากปี 2553 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7% ซึ่งจีดีพีเติบโตลดลง ประกอบกับคาดว่ายอดขายรถยนต์ในปี 2554 จะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบปี 2553 และฐานเบี้ยประกันภัยที่มีขนาดใหญ่ จึงได้จัดประมาณการเติบโตเหลือ 9%

ด้านเงินกองทุน ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) กำหนดให้ต้องเริ่มดำรงเงินกองทุนตามประเภทความเสี่ยง(RBC) 125% ของเงินกองทุนขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 30 ล้านบาท หรือ 10% ของเบี้ยรับรวมในปีที่ผ่านมา ไม่เป็นปัญหาสำหรับบริษัท เพราะปัจจุบันมีเงินกองทุนสูงกว่าที่คปภ.กำหนดถึง 700% และกำลังพิจารณาถึงการใช้ประโยชน์จากเงินกองทุนที่มีอยู่ ซึ่งนอกจากจะเติบโตด้วยความสามารถของบริษัทเองในปัจจุบัน ยังไม่ได้ทิ้งโอกาสในการซื้อกิจการของบริษัทอื่นๆ แต่การพิจารณาในครั้งนี้จะใช้ความเข้มงวดมากขึ้นเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา โดยจะเลือกมากขึ้น และราคาต้องเหมาะสม

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่