
“เรคกูเรเตอร์”ตีกรอบออกใบอนุญาตโรงไฟฟ้า
“เรคกูเรเตอร์”ตีกรอบโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนส่งแผนสิ่งแวดล้อมทั้งใหม่และเก่า ลดปัญหามวลชนต่อต้าน
“เรคกูเรเตอร์”ตีกรอบโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนส่งแผนสิ่งแวดล้อมทั้งใหม่และเก่า ลดปัญหามวลชนต่อต้าน
นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเรเตอร์) เปิดเผยว่า เรคกูเรเตอร์เตรียมประกาศหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มีกำลังผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์จะต้องจัดทำแนวทางการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปัญหาการต่อต้านจากชุมชนในพื้นที่ เพราะที่ผ่านมาการสร้างโรงไฟฟ้าถูกตั้งข้อสังเกตในเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของเสียง และกลิ่น
ทั้งนี้ที่ผ่านมาหากเป็นโรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 10 เมกะวัตต์จะต้องจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ตามระเบียบของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ในขณะที่โรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ต่ำกว่า 10 เมกวัต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนไม่ต้องจัดทำ แต่โรงไฟฟ้าขนาดเล็กก็ยังถูกต่อต้านจากชุมชนในพื้นที่ เช่น โรงไฟฟ้าพลังลม มีปัญหาเรื่องเสียง ทำให้มีความจำเป็นต้องกำหนดแนวทางการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย
ด้านนายศุพิชัย ตั้งใจตรง กรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เรกูเลเตอร์) กล่าวว่า การกำหนดแนวทางจัดการด้านสิ่งแวดล้อม จะระบุทั้งมาตรการลดผลกระทบและมาตรการบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยแยกชนิดเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตออกเป็น 13 ประเภท เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งคาดว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะสามารถประกาศได้ภายใน 2 เดือน
นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก(วีเอสพีพี)ที่มีกำลังการผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต้องจัดทำหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงินคิดในอัตรา 2 แสนบาท/เมกะวัตต์ และหากภายใน 2 ปีนับตั้งแต่วันที่มีการลงนามสัญญากับการไฟฟ้า ยังไม่มีการลงทุนจริงก็จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์การขอใบอนุญาต เพราะจะมีผลเสียกับการไฟฟ้าและนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนระบบสาธารณูปโภคไว้เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า ระบบสายส่ง ตลอดจนการตรวจสอบเรื่องวัตถุดิบ โดยเฉพาะก๊าซชีวมวล(ไบโอแมส)ที่มีความกังวลว่าจะเกิดปัญหาวัตถุดิบไม่เพียงพอ
“การจัดทำแนวทางจัดการด้านสิ่งแวดล้อมจะมีผลย้อนหลังกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ได้ดำเนินการไปแล้วด้วย ซึ่งสาเหตุหลักนอกจากลดปัญหามวลชนแล้ว ยังเป็นการป้องกันกรณีผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนบางรายที่พยายามเลี่ยงการทำอีไอเอ ของสผ. ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่รัดกุมกว่า โดยใช้วิธีสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 9.9 เมกะวัตต์ แต่มีหลายแห่งแทน แต่ต่อไปแม้จะเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก การขอใบอนุญาตประกอบกิจการจะต้องทำมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย เพียงแต่เป็นฉบับที่เรคกูเรเตอร์กำหนดไว้”นายศุพิชัย กล่าว







