
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนต.ค.ปรับเพิ่มเล็กน้อย
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 49.5 โดยภาคบริการเป็นกลุ่มที่ค่าดัชนีเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การค้าส่ง ค้าปลีก ดัชนีปรับตัวลดลง
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 49.5 โดยภาคบริการเป็นกลุ่มที่ค่าดัชนีเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การค้าส่ง ค้าปลีก ดัชนีปรับตัวลดลง
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและ ประจำเดือนต.ค.2553 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก.ย. 2553 พบว่า ค่าดัชนีรวมภาคการค้าและบริการอยู่ที่ระดับ 49.5 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 49.3 หรือเพิ่มขึ้น 0.2 ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มธุรกิจในภาคบริการ ที่มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 51.0 จากระดับ 49.8 เพิ่มขึ้น 1.2 ขณะที่ภาคการค้าส่งค่าดัชนีลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 45.9 ลดลง 0.7 จาด46.6 และภาคการค้าปลีกลดลง 0.4 อยู่ที่ 49.1 จาก 49.5
การที่ค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีสาเหตุจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ เศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย โดยการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น 15.7% ส่งผลให้ 10 เดือนแรกของปี การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น 29.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ยังมีเม็ดเงินจากโครงการไทยเข้มแข็งเข้าสู่ระบบมากขึ้น ราคาพืชผลทางการเกษตรอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง และนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแยกเป็นประเภทกิจการ พบว่า ภาคบริการ เป็นกลุ่มธุรกิจเดียวที่มีค่าดัชนีปัจจุบันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกิจการบริการก่อสร้าง มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 48.0 จากระดับ 46.6 เพิ่มขึ้น 1.4 เนื่องจากมีเม็ดเงินจากมาตรการไทยเข้มแข็งเข้ามากระตุ้นในส่วนของภาคการก่อสร้าง รวมถึงการที่ผู้ประกอบการรีสอร์ท มีการซ่อมแซมสถานที่เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง ขณะเดียวกันหลายพื้นที่มีการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้ผู้ประกอบการในภาคบริการก่อสร้างมียอดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น
ด้านภาคการค้าส่งและภาคการค้าปลีก ซึ่งมีค่าดัชนีปรับตัวลดลง เนื่องจาก ภาคการค้าส่ง กิจการค้าส่งวัสดุก่อสร้าง มีค่าดัชนีปรับตัวลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 40.9 จากระดับ 42.7 ลดลง 1.7 เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝน ส่งผลให้ยอดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มนี้ลดลง โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม คอนกรีตผสมเสร็จ เหล็กประเภทต่างๆ สุขภัณฑ์ ฯลฯ รวมถึงระดับราคาสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ
ขณะที่ภาคการค้าปลีก กิจการค้าปลีกสินค้าอุปโภค บริโภค(ดั้งเดิม) มีค่าดัชนีลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 44.5 จากระดับ 47.7 ลดลง 3.1 ผลจากเป็นช่วงฤดูฝน และอยู่ในช่วงปิดภาคการศึกษา และหลายจังหวัดประสบกับสถานการณ์น้ำท่วม ส่งผลให้ยอดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มนี้ลดลง
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการ ค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 56.2 จากระดับ 55.1 เพิ่มขึ้น 1.1 โดยภาคการค้าส่งและภาคการค้าปลีก ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 57.3 และ 56.3 จากระดับ 52.7 และ 54.0 เพิ่มขึ้น 4.6 และ 2.3 ตามลำดับ ขณะที่ภาคบริการ ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 55.7 จากระดับ 57.1 ลดลง 1.4 สำหรับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตนเอง ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 59.7 และ 54.6 จากระดับ 64.5 และ 60.7 ลดลง 4.8 และ 6.1
“ปัจจัยที่จะเป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่น จะอยู่ที่ความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองและเสถียรภาพรัฐบาล รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วม” นายยุทธศักดิ์ กล่าว







