posttoday
อุตสาหกรรมฟอกหนังทรุดหนักจากพิษโควิด-19 เหตุพึ่งส่งออก 70%

อุตสาหกรรมฟอกหนังทรุดหนักจากพิษโควิด-19 เหตุพึ่งส่งออก 70%

21 กรกฎาคม 2563

เอกชน คาดภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นสู่ภาวะปกติจากผลกระทบโควิด-19 ใช้เวลาปีครึ่ง ร้องภาครัฐกระตุ้นบริโภคสินค้าหนังแท้ในประเทศ รักษาอุตฯหนัง

อุตสาหกรรมฟอกหนังทรุดหนักจากพิษโควิด-19 เหตุพึ่งส่งออก 70%

นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนัง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจอุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนัง หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ว่า เนื่องจากอุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนังในประเทศไทยต้องพึ่งพาการส่งออกถึง 70% ดังนั้น ภาพรวมของอุตสาหกรรมทั้งระบบจึงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยคาดการณ์ว่า อาจจะต้องใช้เวลาถึง 18 เดือน กว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติตามการฟื้นตัวของภาพรวมเศรษฐกิจ แม้ว่าขณะนี้การแพร่ระบาดในประเทศไทยจะมีแนวโน้มดีขึ้น มีผู้ติดเชื้อน้อยลง และที่ผ่านมารัฐได้ผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์มากขึ้น แต่ภาพรวมของเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน ต้องขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

ขณะที่ อุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนังได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะต้องพึ่งพิงการส่งออกเป็นหลัก ดังนั้น สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน คือ การส่งเสริมให้ผู้บริโภคใช้สินค้าในประเทศมากขึ้น รวมทั้งต้องมีแผนสำรอง หากห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บสินค้า การจัดจำหน่าย รวมถึงการขนส่งถึงมือผู้บริโภค อาจจะประสบปัญหาหยุดชะงัก

นอกจากนี้ รัฐบาลควรส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและการจับจ่ายใช้สอย และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้วัตถุดิบในประเทศ เพื่อลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น และเพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่ดีมีคุณภาพอีกด้วย

อุตสาหกรรมฟอกหนังทรุดหนักจากพิษโควิด-19 เหตุพึ่งส่งออก 70%

สำหรับภารกิจสำคัญอีกประการของกลุ่มอุตสาหกรรมฟอกหนังและผลิตภัณฑ์หนังในขณะนี้ คือ การสร้างการรับรู้เรื่องหนังแท้ให้กับผู้บริโภค เนื่องจากในปัจจุบันมีการขายสินค้าออนไลน์มากขึ้น ทั้งหนังแท้และหนังเทียม ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดถึงความแตกต่างระหว่างหนังทั้งสองประเภท

โดยล่าสุดสหภาพยุโรป (อียู) เริ่มตระหนักถึงคำว่า “หนังแท้” (Leather) โดยได้ออกกฎหมายเพื่อปกป้องคำว่า “หนังแท้” (Leather) โดยการกำหนดให้สินค้าที่ผลิตจากหนังสัตว์จะสามารถใช้คำว่า “หนังแท้” (Leather) ได้ แต่ถ้าเป็นสินค้าที่ผลิตด้วยวัสดุสังเคราะห์เทียม จะไม่อนุญาตให้ใช้คำว่า “หนัง” (Leather) อย่างเด็ดขาด

สำหรับเรื่องนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่าง “หนังแท้” กับ “หนังเทียม” ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความรู้ความเข้าใจ เนื่องจากคุณภาพสินค้าของหนังแท้และหนังเทียม มีความคงทนที่แตกต่างกัน นอกจากเป็นการรักษาคุณค่าของหนังแท้ ที่มีความคงทนแล้ว ยังเป็นการรักษาอุตสาหกรรมฟอกหนังซึ่งเป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้คงอยู่ต่อไป

ทั้งนี้ จากข้อมูลของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร ระบุว่า ในปี 2562 ที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกหนังดิบและหนังฟอก คิดเป็นมูลค่า 20,684.16 ล้านบาท

โดยส่งออกไปยังประเทศเวียดนามสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยมูลค่าส่งออก 7,477.85 ล้านบาท ตามมาด้วยจีน ที่มีมูลค่าส่งออก 3,129.82 ล้านบาท และฮ่องกงอยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยมูลค่าส่งออก 2,391.76 ล้านบาท ในด้านมูลค่านำเข้าหนังดิบและหนังฟอก อยู่ที่ 17,736.98 ล้านบาท ซึ่งไทยนำเข้าหนังดิบและหนังฟอกจากต่างประเทศ โดยนำเข้าสูงสุดจากอาร์เจนตินา, สหรัฐอเมริกา และอุรุกวัย

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด แมนซิตี้ พบ นอริช คาราบาว คัพ วันนี้ 17 ก.ย.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด แมนซิตี้ พบ นอริช คาราบาว คัพ วันนี้ 17 ก.ย.69