posttoday
DW ลงทุนได้ไม่ยาก หากเข้าใจ

DW ลงทุนได้ไม่ยาก หากเข้าใจ

01 ธันวาคม 2553

....จารุวรรณ อินทรรุ่ง

พักนี้มีผู้ออก “ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือ Derivative Warrant (DW)” เข้ามาเป็นตัวเลือกการลงทุนกันมากขึ้น ซึ่งนับเป็นข้อดีที่ทำให้ตลาดทุนไทยมีทางเลือกใหม่ๆ ให้ได้เลือกลงทุนกัน แต่ DW นั้นก็นับว่ายังใหม่ต่อผู้ลงทุนไทยอยู่มาก ดังนั้นหากสนใจลงทุนก็ควรรู้จักลักษณะสำคัญของ DW และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องให้ดีเสียก่อนค่ะ

DW เป็นการซื้อสิทธิ...ไม่ใช่ซื้อหุ้น

การลงทุนใน DW คล้ายๆ กับการลงทุนใน Warrant หรือใบสำคัญแสดงสิทธิค่ะ เพราะไม่ได้เป็นการลงทุนซื้อขายในตัวหลักทรัพย์โดยตรง แต่จะเป็นการซื้อสิทธิที่จะซื้อ (Call) หรือจะขาย (Put) สินค้า อ้างอิง (Underlying Asset) ตามราคาหรือระยะเวลาที่ตกลงกันในอนาคต โดย DW จะมีสินค้าอ้างอิง ได้แก่ หุ้น กลุ่มหุ้น หรือดัชนีหุ้น เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น DW ที่มีสินค้าอ้างอิงเป็นหุ้น การซื้อ DW ก็คือการซื้อสิทธิที่จะซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิงในอนาคตตามราคาและระยะเวลาที่ตกลงกันนั่นเอง

DW มีความแตกต่างกับ Warrant ตรงที่ผู้ออก DW จะไม่ใช่บริษัทเจ้าของหุ้น แต่เป็นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ และผู้ซื้อ DW สามารถซื้อสิทธิได้ทั้งการซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิงนั้น ในขณะที่ผู้ซื้อ Warrant จะได้เฉพาะสิทธิในการซื้อหุ้นอ้างอิงเท่านั้น และเมื่อผู้ลงทุนใน DW ตัดสินใจใช้สิทธิเมื่อครบกำหนด ในกรณีที่มีกำไร หลักเกณฑ์ปัจจุบันกำหนดให้จ่ายเป็นกำไรส่วนต่างของราคาหุ้นอ้างอิงกับราคาใช้สิทธิเท่านั้น ในขณะที่ผู้ลงทุนใน Warrant จะได้รับเป็นหุ้นอ้างอิงค่ะ

โดยปกติ DW จะไม่มีการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (Public Offering) เหมือนหุ้นหรือ Warrant แต่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เลยหลังจากได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. (Direct Listing) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการซื้อขาย และลดความเสี่ยงเกี่ยวกับความผันผวนของราคา DW ในช่วงที่มีการเสนอขายก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย DW ได้โดยเสียค่าคอมมิชชันเหมือนกับการซื้อขายหุ้นค่ะ

จะได้กำไรหรือขาดทุนจาก DW ได้อย่างไร

ผู้ลงทุนใน DW มีโอกาสทำกำไร (หรือขาดทุน) จาก DW ได้ 2 กรณี คือ ในกรณีที่ DW ยังไม่ครบกำหนดใช้สิทธิ ผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย DW ในตลาดหลักทรัพย์ ผ่านโบรกเกอร์ทั่วไป โดยราคา DW นั้นอาจจะมีการขึ้นลงทุกวันตามปัจจัยต่างๆ ที่มากระทบในลักษณะเดียวกับที่กระทบราคาสินค้าอ้างอิง ดังนั้นหากท่านซื้อ DW ในราคาหนึ่งแล้วขายได้แพงกว่า ก็มีผลกำไรเข้ากระเป๋าแล้วค่ะ

อีกกรณีหนึ่งคือ ถือ DW ไว้จนถึงวันครบกำหนดใช้สิทธิ เช่น ท่านถือ Call DW ของหุ้น A ที่ใช้อ้างอิงไว้ เมื่อถึงวันครบกำหนดใช้สิทธิ หากราคาหุ้น A สูงกว่าราคาใช้สิทธิที่กำหนด หมายความว่าท่านอยู่ในสถานะมีกำไร (In The Money) เพราะเสมือนว่าซื้อหุ้น A มาได้ในราคาถูก แล้วขายหุ้น A ไปในราคาที่สูงกว่า ซึ่งก็จะได้กำไรจากส่วนต่าง โดยผลกำไรนี้ต้องเสียภาษีด้วยนะคะ (ผลกำไร = (ราคาตลาดราคาใช้สิทธิ) – เงินลงทุนซื้อ DW)

ในทางกลับกัน หากเมื่อถึงวันครบกำหนดใช้สิทธิแล้ว หุ้น A ที่ใช้อ้างอิงมีราคาตลาดเท่ากับราคาใช้สิทธิ (At The Money) หรือต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ (Out Of The Money) ผลขาดทุนก็จะเท่ากับการเสียเงินที่ลงทุนซื้อ DW นี้ไปเปล่าๆ นั่นเองค่ะ

ดังนั้น หากท่านตัดสินใจซื้อ DW ไว้เพื่อจะรอใช้สิทธิในวันครบกำหนด ก็ต้องระวังว่าราคาตลาดของสินค้าอ้างอิงอาจมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ท่านก็อาจต้องพิจารณาขาย DW นั้นออกไปก่อนที่ราคาตลาดของสินค้าอ้างอิงจะลดลงไปเท่ากับหรือต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเงินลงทุนซื้อ DW นี้ไปเปล่าๆ นะคะ จะเห็นได้ว่าโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนในกรณีนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคาดการณ์แนวโน้มราคาของสินค้าอ้างอิงได้อย่างถูกต้องนั่นเอง เพราะฉะนั้นการลงทุนใน DW นั้น ท่านจึงจำเป็นจะต้องหูตาไว และติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดที่จะมีผลกระทบกับราคาสินค้าอ้างอิงอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องค่ะ

DW กับความเสี่ยง

การที่ DW เป็นที่นิยมมากในขณะนี้ ก็เนื่องจากเป็นหลักทรัพย์ที่ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นอ้างอิงโดยตรง ซึ่งข้อดีของ DW ก็คือทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสทำกำไรได้มาก แต่อีกด้านหนึ่งหากคาดการณ์ผิดพลาดก็มีโอกาสขาดทุนได้มากเช่นกัน จึงถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมากเลยทีเดียว และนอกจากความเสี่ยงของสภาวะตลาดที่ผันผวนจนทำให้ราคา DW และสินค้าอ้างอิงผันผวนตามไปด้วยแล้ว DW ก็ยังมีความเสี่ยงอื่นๆ อีก เช่น ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของผู้ออก ที่ไม่ใช่บริษัทเจ้าของสินค้าอ้างอิงโดยตรง ซึ่งอาจประสบปัญหาไม่สามารถส่งมอบผลตอบแทนให้ท่านได้ตามที่ตกลงกันไว้ อย่างไรก็ดี ก.ล.ต.ได้กำหนดให้ผู้ออก DW ต้องมีฐานะการเงินที่มั่นคง และมีระบบบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องนี้ได้ในระดับหนึ่ง และความเสี่ยงที่ DW มีอายุจำกัด จึงไม่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว เป็นต้น

ขณะนี้มี DW ที่มีสินค้าอ้างอิงเป็นหุ้นให้เลือกลงทุนกันในตลาดหลักทรัพย์บ้านเราทั้งหมด 29 ตัว (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 2553) ผู้ที่สนใจลงทุนใน DW นั้น นอกจากจะต้องรู้จักลักษณะ กลไก และความเสี่ยงของสินค้านี้อย่างละเอียดแล้ว ควรมีประสบการณ์ในการลงทุนมาพอสมควร นอกจากนั้นจะต้องหมั่นติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวต่างๆ ในตลาดทุนอย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ อย่าลืมว่าการลงทุนอย่างผู้รู้จะช่วยลดโอกาสขาดทุนลงได้มากค่ะ สวัสดีค่ะ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน