
DW ลงทุนได้ไม่ยาก หากเข้าใจ
....จารุวรรณ อินทรรุ่ง
พักนี้มีผู้ออก
“ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หรือ Derivative Warrant (DW)” เข้ามาเป็นตัวเลือกการลงทุนกันมากขึ้น ซึ่งนับเป็นข้อดีที่ทำให้ตลาดทุนไทยมีทางเลือกใหม่ๆ ให้ได้เลือกลงทุนกัน แต่ DW นั้นก็นับว่ายังใหม่ต่อผู้ลงทุนไทยอยู่มาก ดังนั้นหากสนใจลงทุนก็ควรรู้จักลักษณะสำคัญของ DW และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องให้ดีเสียก่อนค่ะDW เป็นการซื้อสิทธิ...ไม่ใช่ซื้อหุ้น
การลงทุนใน DW คล้ายๆ กับการลงทุนใน Warrant หรือใบสำคัญแสดงสิทธิค่ะ เพราะไม่ได้เป็นการลงทุนซื้อขายในตัวหลักทรัพย์โดยตรง แต่จะเป็นการซื้อสิทธิที่จะซื้อ (Call) หรือจะขาย (Put) สินค้า อ้างอิง (Underlying Asset) ตามราคาหรือระยะเวลาที่ตกลงกันในอนาคต โดย DW จะมีสินค้าอ้างอิง ได้แก่ หุ้น กลุ่มหุ้น หรือดัชนีหุ้น เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น DW ที่มีสินค้าอ้างอิงเป็นหุ้น การซื้อ DW ก็คือการซื้อสิทธิที่จะซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิงในอนาคตตามราคาและระยะเวลาที่ตกลงกันนั่นเอง
DW มีความแตกต่างกับ Warrant ตรงที่ผู้ออก DW จะไม่ใช่บริษัทเจ้าของหุ้น แต่เป็นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เช่น ธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์ และผู้ซื้อ DW สามารถซื้อสิทธิได้ทั้งการซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิงนั้น ในขณะที่ผู้ซื้อ Warrant จะได้เฉพาะสิทธิในการซื้อหุ้นอ้างอิงเท่านั้น และเมื่อผู้ลงทุนใน DW ตัดสินใจใช้สิทธิเมื่อครบกำหนด ในกรณีที่มีกำไร หลักเกณฑ์ปัจจุบันกำหนดให้จ่ายเป็นกำไรส่วนต่างของราคาหุ้นอ้างอิงกับราคาใช้สิทธิเท่านั้น ในขณะที่ผู้ลงทุนใน Warrant จะได้รับเป็นหุ้นอ้างอิงค่ะ
โดยปกติ DW จะไม่มีการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (Public Offering) เหมือนหุ้นหรือ Warrant แต่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เลยหลังจากได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. (Direct Listing) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการซื้อขาย และลดความเสี่ยงเกี่ยวกับความผันผวนของราคา DW ในช่วงที่มีการเสนอขายก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย DW ได้โดยเสียค่าคอมมิชชันเหมือนกับการซื้อขายหุ้นค่ะ
จะได้กำไรหรือขาดทุนจาก DW ได้อย่างไร
ผู้ลงทุนใน DW มีโอกาสทำกำไร (หรือขาดทุน) จาก DW ได้ 2 กรณี คือ ในกรณีที่ DW ยังไม่ครบกำหนดใช้สิทธิ ผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย DW ในตลาดหลักทรัพย์ ผ่านโบรกเกอร์ทั่วไป โดยราคา DW นั้นอาจจะมีการขึ้นลงทุกวันตามปัจจัยต่างๆ ที่มากระทบในลักษณะเดียวกับที่กระทบราคาสินค้าอ้างอิง ดังนั้นหากท่านซื้อ DW ในราคาหนึ่งแล้วขายได้แพงกว่า ก็มีผลกำไรเข้ากระเป๋าแล้วค่ะ
อีกกรณีหนึ่งคือ ถือ DW ไว้จนถึงวันครบกำหนดใช้สิทธิ เช่น ท่านถือ Call DW ของหุ้น A ที่ใช้อ้างอิงไว้ เมื่อถึงวันครบกำหนดใช้สิทธิ หากราคาหุ้น A สูงกว่าราคาใช้สิทธิที่กำหนด หมายความว่าท่านอยู่ในสถานะมีกำไร (In The Money) เพราะเสมือนว่าซื้อหุ้น A มาได้ในราคาถูก แล้วขายหุ้น A ไปในราคาที่สูงกว่า ซึ่งก็จะได้กำไรจากส่วนต่าง โดยผลกำไรนี้ต้องเสียภาษีด้วยนะคะ (ผลกำไร = (ราคาตลาดราคาใช้สิทธิ)
– เงินลงทุนซื้อ DW)ในทางกลับกัน หากเมื่อถึงวันครบกำหนดใช้สิทธิแล้ว หุ้น A ที่ใช้อ้างอิงมีราคาตลาดเท่ากับราคาใช้สิทธิ (At The Money) หรือต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ (Out Of The Money) ผลขาดทุนก็จะเท่ากับการเสียเงินที่ลงทุนซื้อ DW นี้ไปเปล่าๆ นั่นเองค่ะ
ดังนั้น หากท่านตัดสินใจซื้อ DW ไว้เพื่อจะรอใช้สิทธิในวันครบกำหนด ก็ต้องระวังว่าราคาตลาดของสินค้าอ้างอิงอาจมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ท่านก็อาจต้องพิจารณาขาย DW นั้นออกไปก่อนที่ราคาตลาดของสินค้าอ้างอิงจะลดลงไปเท่ากับหรือต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเงินลงทุนซื้อ DW นี้ไปเปล่าๆ นะคะ จะเห็นได้ว่าโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนในกรณีนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการคาดการณ์แนวโน้มราคาของสินค้าอ้างอิงได้อย่างถูกต้องนั่นเอง เพราะฉะนั้นการลงทุนใน DW นั้น ท่านจึงจำเป็นจะต้องหูตาไว และติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดที่จะมีผลกระทบกับราคาสินค้าอ้างอิงอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องค่ะ
DW กับความเสี่ยง
การที่ DW เป็นที่นิยมมากในขณะนี้ ก็เนื่องจากเป็นหลักทรัพย์ที่ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นอ้างอิงโดยตรง ซึ่งข้อดีของ DW ก็คือทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสทำกำไรได้มาก แต่อีกด้านหนึ่งหากคาดการณ์ผิดพลาดก็มีโอกาสขาดทุนได้มากเช่นกัน จึงถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมากเลยทีเดียว และนอกจากความเสี่ยงของสภาวะตลาดที่ผันผวนจนทำให้ราคา DW และสินค้าอ้างอิงผันผวนตามไปด้วยแล้ว DW ก็ยังมีความเสี่ยงอื่นๆ อีก เช่น ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของผู้ออก ที่ไม่ใช่บริษัทเจ้าของสินค้าอ้างอิงโดยตรง ซึ่งอาจประสบปัญหาไม่สามารถส่งมอบผลตอบแทนให้ท่านได้ตามที่ตกลงกันไว้ อย่างไรก็ดี ก.ล.ต.ได้กำหนดให้ผู้ออก DW ต้องมีฐานะการเงินที่มั่นคง และมีระบบบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องนี้ได้ในระดับหนึ่ง และความเสี่ยงที่ DW มีอายุจำกัด จึงไม่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว เป็นต้น
ขณะนี้มี DW ที่มีสินค้าอ้างอิงเป็นหุ้นให้เลือกลงทุนกันในตลาดหลักทรัพย์บ้านเราทั้งหมด 29 ตัว (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 2553) ผู้ที่สนใจลงทุนใน DW นั้น นอกจากจะต้องรู้จักลักษณะ กลไก และความเสี่ยงของสินค้านี้อย่างละเอียดแล้ว ควรมีประสบการณ์ในการลงทุนมาพอสมควร นอกจากนั้นจะต้องหมั่นติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวต่างๆ ในตลาดทุนอย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ อย่าลืมว่าการลงทุนอย่างผู้รู้จะช่วยลดโอกาสขาดทุนลงได้มากค่ะ สวัสดีค่ะ







