posttoday

ภารกิจ "ชารัด เมห์โรทรา" นายใหม่ดีแทค "โอกาสในการพัฒนา 5G"

18 กุมภาพันธ์ 2563

ลั่นพร้อมเปิดบริการ 5G ไตรมาส 2 ปีนี้ หลังคว้าคลื่น 26 GHz ย่านความถี่สูง เติมเต็มประสิทธิภาพความเร็ว พร้อมใช้งบลงทุนปีนี้แตะ 1.4 หมื่นล้านบาท

หลังจาก "ชารัด เมห์โรทรา" รับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ประเทศไทย คนล่าสุด ตั้งแต่สองสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังได้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์โทรคมนาคม ในการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิร์ตซ (GHz) จำนวน 200 MHz เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาบริการ 5G ในไทย ไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

ล่าสุด ชารัค เปิดบ้าน DTAC House พร้อมแถลงทิศทางการดำเนินธุรกิจปี2563 พร้อมประกาศแผนพัฒนาบริการ 5G เป็นรายแรก พร้อมกล่าวถึง การได้คลื่นย่านความถี่สูงมาเพิ่มในชุดคลื่นความถี่ของดีแทค ที่ปัจจุบันมีความพร้อมในคลื่นย่านความถี่ต่ำ และความถี่กลางในครั้งนี้ จะทำให้ ดีแทค สามารถส่งมอบประสบการณ์ใช้งานคุณภาพสูงสู่ลูกค้าดียิ่งขึ้น และพัฒนาต่อไปในอนาคต

ขณะที่ กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี พ.ศ. 2563 (Roadmap 2020)ดีแทค จะนำ machine-learning มาช่วยแนะนำให้ตรงความต้องการต่างๆ โดยที่ผ่านมามียอดเพิ่ม 38% จากขายผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่ม และจากดีแทครีวอร์ดที่พัฒนารูปแบบใหม่ให้เหมาะสมและตรงใจยิ่งขึ้นโดยดีแทคจะพัฒนาให้เหมาะสมยิ่งขึ้นตลอดปี 2563

สำหรับการปรับปรุงโครงข่ายและเพิ่มประสบการณ์ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ดีแทคยังได้ปรับองค์กรสู่รูปแบบการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ในปี พ.ศ. 2562 ดีแทคได้เพิ่มพนักงานอีก 25% ที่มีทักษะดิจิทัล เช่น ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต การวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดการระบบธุรกิจอัจฉริยะ โดยตั้งเป้าเพิ่มพนักงานที่มีทักษะดังกล่าวอีก 50% ในปี พ.ศ. 2563

เปิดให้บริการ 5G ไตรมาสสอง ปีนี้

นายชารัด กล่าวว่าหลังจากเข้าร่วมประมูล 5G ที่ผ่านมา และ ดีแทคประมูลได้คลื่นความถี่ย่าน 26 GHz จำนวน 2 ชุดคลื่น รวมทั้งหมด 200 MHz ด้วยเงินรวม 910.4 ล้านบาท ซึ่งดีแทคจะนำคลื่น 26 GHz มาทำ 5G และจะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

เนื่องจากคลื่น 26 GHz เป็นคลื่นที่มีย่านความถี่ที่กว้าง และมีความเร็วสูง ซึ่งจะมาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของลูกค้าในความเร็วที่สูงขึ้น

ชารัค ย้ำว่าขณะนี้ดีแทคพร้อมให้บริการทั้งคลื่นความถี่ทั้งย่านต่ำ กลาง และสูง จากเดิมดีแทคมีคลื่นความถี่ครอบคลุมในย่านกลุ่มต่ำ คือ 700 MHz และ900 MHz และคลื่นความถี่ในย่านกลุ่มกลาง คือ 1800 MHz, 2100 MHz และ 2300 MHz

โดยสิ่งที่ขาดหายไป คือ คลื่นในย่านสูง และการได้คลื่น 26 GHz จะมาเติมเต็ม และทำให้ดีแทคมีคลื่นที่ครอบคลุมในการพัฒนาโครงข่ายให้มีประสิทธิภาพรองรับการใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยปีนี้วางเงินลงทุนไว้ประมาณ 13,000-14,000 ล้านบาท

และเมื่อถามซีอีโอใหม่ดีแทค ถึงความท้าทายในการเข้ารับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ ในครั้งนี้ ชารัค ให้คำตอบว่า คือ "โอกาสการเข้าไปพัฒนาเทคโนโลยีโทรคมนาคม 5 จีในประเทศไทยให้เกิดขึ้น และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าชาวไทย"   

ขยายโครงข่าย 2หมื่นสถานีฐานทั่วประเทศ

สำหรับงบลงทุนดังกล่าว ส่วนหนึ่ง ดีแทค ยังเตรียมนำมาใช้พัฒนาโครงข่าย และเพิ่มสถานีฐานโครงข่ายให้ได้มากกว่า 20,000 สถานีฐานทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีอยู่ 17,000 สถานีฐาน”

ชารัค ยังย้ำว่า การประมูลที่ผ่านมา ดีแทคตั้งใจเลือกประมูลแค่คลื่น 26 GHz จำนวน 2 ชุดคลื่น ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่อยู่ฝั่งขวาสุดคือ 26.8-27.0 MHz เพราะเป็นช่วงที่ได้เปรียบและคาบเกี่ยวกับคลื่น 28 GHz โดยเป็นอีกหนึ่งคลื่นสำหรับมาตรฐานในการทำ 5G ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการประมูลคลื่นดังกล่าว และดีแทคมองว่าการมีทั้งสองคลื่นจะช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการให้บริการ 5G ได้ดี โดยดีแทคจะนำคลื่นความถี่ย่าน 26 GHz จำนวน 200 MHz ที่ได้มานำมาให้บริการ 5G ในรูปแบบอินเตอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ไร้สายประจำที่ ซึ่งจะทำความเร็วได้สูงสุด 1Gbps

นอกจากนี้จะขยายโครงข่าย 5G บนคลื่น 700 MHz เพื่อเพิ่มการครอบคลุมใช้งาน 5G โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาคของประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มติดตั้งโครงข่ายได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

โดยในปีนี้ ดีแทค ยังมีแผนพัฒนานวัตกรรมบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการใช้งาน 5G ไร้สายความเร็วสูง อินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงประจำที่ (Fixed Wireless) และคอนเทนท์รูปแบบใหม่ โซลูชั่นอินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง หรือ IoT สำหรับอุตสาหกรรม และพัฒนารูปแบบใช้งานให้รองรับกับความต้องการของตลาด

ข่าวล่าสุด

รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งประชาชน! “อนุทิน” มอบเงินเยียวยา เหยื่อเครนหล่นทับรถไฟ