
ไฟเขียวหน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ เป็นสินค้าควบคุม นายกฯกำชับต้องไม่ขาดแคลน
ครม.อนุมัติเพิ่มประเภทสินค้าควบคุมอีก 4 รายการ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ แก้ลำปัญหาขาดตลาด เชื่อจะทำให้ประชาชาหาซื้อได้สะดวกขึ้น พร้อมสั่งการเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบการกำหนดสินค้าควบคุมเพิ่มเติม อีก 4 รายการตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ได้แก่ 1.หน้ากากอนามัย 2.ใยสังเคราะห์ โพลีโพรไพลีน เพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย 3. ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอชอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ (เจลล้างมือ) และ4.เศษกระดาษ
ทั้งนี้ภายใน 1-2 วัน กรมการค้าภายใน จะจัดทำรายละเอียดวิธีการและกฎเกณฑ์ในการป้องกันการเคลื่อนย้ายและควบคุมสินค้า เพื่อให้รมว.พาณิชย์ลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งหลังจากประกาศมีผลแล้ว เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ที่ประชาชนหาซื้อหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือไม่ได้ ทั้งที่ปริมาณการผลิตในประเทศเพียงพอกับความต้องการจะดีขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมให้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าว และให้ทางกรุงเทพมหานคร หาวิธีการให้คนสามารถเข้าหาซื้อหน้ากากอนามัยได้อย่างสะดวกด้วย
อย่างไรก็ตามความจำเป็นที่ต้องประกาศให้สินค้า 3 ชนิดแรกเป็นสินค้าควบคุม เนื่องจากในปัจจุปันมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 ในประเทศจีน และเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือพีเอ็ม 2.5 ทำให้หน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ มีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงจำเป็นต้องกำหนดเป็นสินค้าควบคุม
สำหรับ การกำหนดเศษกระดาษเป็นสินค้าควบคุม เนื่องจากปัจจุบันมีการนำเข้าเศษกระดาษจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคากระดาษในประเทศจึงตกต่ำรุนแรงจนผู้รับซื้อเศษกระดาษในประเทศไม่มีตลาดรองรับ จึงต้องลดราคาและชะลอการรับซื้อเศษกระดาษลงส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการขยะ และสิ่งแวดล้อมจึงต้องกำหนดเป็นสินค้าควบคุม
ทั้งนี้หลังการประกาศเพิ่มสินค้าควบคุม 4 รายการ จะทำให้สินค้าและบริการที่ควบคุมของไทยเพิ่มขึ้นจาก 52 รายการเพิ่มขึ้นเป็น 56 รายการ







