posttoday

บล.ทิสโก้คาดโคโรนาใกล้จบ ดัชนี1,480 จุด เป็นจังหวะซื้อสะสม

04 กุมภาพันธ์ 2563

บล.ทิสโก้เผยไวรัสโคโรนากระทบเศรษฐกิจไทยลด 1% ส่งผลต่อมาร์เก็ตแคปหุ้นไทยลดลง 1.07-1.14 ล้านล้านบาท หรือเทียบเท่าดัชนีหุ้นไทยที่ประมาณ 100 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือน ก.พ. ยังมีความผันผวนสูงตามความไม่แน่นอนของร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 และสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนา โดยในส่วนของผลกระทบจากไวรัสโคโรนาแม้การระบาดจะเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าโรค SARS ในปี 2546 แต่ความรุนแรงของโรคอาจจะรุนแรงน้อยกว่า ดังจะเห็นได้จากอัตราการตายจากไวรัสโคโรนาอยู่ที่ 2% ของผู้ป่วยทั้งหมด ขณะที่ SARS อยู่ที่ 10% ของผู้ป่วยทั้งหมด

นอกจากนี้ เทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัยขึ้นและการตอบสนองที่รวดเร็วขึ้นของจีนครั้งนี้น่าจะทำให้ควบคุมโรคได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้น แม้จะมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อฯ เพิ่มขึ้นมากในระยะสั้น แต่บล.ทิสโก้เชื่อว่าจำนวนผู้ป่วยใหม่จะค่อยๆ ลดลงในไม่ช้า และน่าจะเริ่มควบคุมโรคได้ภายใน 1-2 เดือน เพราะแต่ละประเทศต้องการยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าไวรัสโคโรนาเป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลก”

สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยนั้น หากนำการระบาดของไวรัสโคโรนาครั้งนี้เทียบเคียงกับการระบาดของโรค SARS ครั้งก่อน โดยมีสมมติฐานให้รายได้จากการท่องเที่ยวในไตรมาส 1/2563 หายไปประมาณ 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งจะคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 1.6-1.7 แสนล้านบาท หรือจะทำให้อัตราการเติบโตของ GDP ปีนี้หายไปราว 1% หรือเติบโตเพียง 1.6% ซึ่งเป็นการเติบโตของ GDP ที่ต่ำกว่าระดับ 2% ครั้งแรกในรอบ 5 ปี ส่วนผลกระทบครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลต่อมูลค่าตลาดรวมหุ้นไทยลดลงประมาณ 1.07-1.14 ล้านล้านบาท หรือเทียบเท่าดัชนีหุ้นไทยที่ประมาณ 100 จุด จึงประเมินว่าไตรมาสที่ 1 หุ้นไทยมีโอกาสปรับลดลงมาอยู่ที่ 1,480 จุด

นายอภิชาติ กล่าวว่า ส่วนประเด็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ที่มีปัญหา บล.ทิสโก้คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยภายในกลางเดือน ก.พ. นี้ หากตัดสินว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะชี้แนะแนวทางออกสำหรับเรื่องนี้ไว้ด้วย และไม่ทำให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ล่าช้าอีกครึ่งค่อนปี แต่น่าจะล่าช้าเพิ่มอีกเพียง 1-2 เดือนเท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะมีผลกระทบต่อประมาณการ GDP ไม่มากนัก เนื่องจาก บล.ทิสโก้มีสมมติฐานการเบิกจ่ายงบประมาณน้อยลงกว่าปกติอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ดี ในแง่ของบรรยากาศการลงทุนเชื่อว่ายังคงได้รับผลกระทบเชิงลบอยู่จนกว่าจะมีความชัดเจนของเรื่องดังกล่าว

ดังนั้น บล.ทิสโก้เชื่อว่านักลงทุนในตลาดกำลังอยู่ระหว่างการหาจุดต่ำสุด โดยคาดว่าโอกาสปรับลดลงของดัชนีหุ้นไทยในรอบนี้น่าจะจำกัดที่บริเวณ 1,480 จุด และมองเป็นจังหวะในการสะสม-เข้าลงทุนอีกครั้ง สำหรับประเด็นหุ้นที่น่าลงทุนเดือนนี้ ยังเน้นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลเด่น กำไรปี 2563 มีแนวโน้มเติบโตได้ปานกลางประมาณ 6-8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้านแนวรับสำคัญของหุ้นไทยเดือนนี้อยู่ที่ 1,480 และ 1,500 จุด ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,550 และ 1,570 จุด ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

ศาลฎีกายืนโทษคดี นปช. เจ๋งดอกจิกคุก 5 ปี 4 เดือน สุขพลตื้อตลอดชีวิต