posttoday
อสังหาฯไตรมาส3กำไรวูบ

อสังหาฯไตรมาส3กำไรวูบ

22 พฤศจิกายน 2553

เหตุหมดมาตรการรัฐกระตุ้นรายใหญ่อ่วมรายได้หาย30%          หมดมาตรการอสังหาฯ ลดภาษีธุรกิจเฉพาะพ่นพิษผู้ประกอบการ ทำรายได้ไตรมาส 3 กำไรหายกว่า 30%          นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยานายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยเปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 3 ผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มียอดขายและกำไรที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.11% สิ้นสุดในเดือน มี.ค. และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองจาก 2% เหลือ 0.01% สิ้นสุดในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น          นอกจากนี้ การเร่งโอนที่อยู่อาศัยให้ผู้บริโภคจำนวนมากในช่วงก่อนหมดมาตรการทั้งสองรอบ จึงเหมือนเป็นการดึงความต้องการซื้อจากไตรมาส 3 ไปอยู่ไตรมาส 2 จนทำให้ผลประกอบการในช่วงเวลาดังกล่าวชะลอตัว ประกอบกับไตรมาส 3 เป็นช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองรุนแรง ทำให้บรรยากาศการซื้อขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด       &nbs

เหตุหมดมาตรการรัฐกระตุ้นรายใหญ่อ่วมรายได้หาย30%
         
หมดมาตรการอสังหาฯ ลดภาษีธุรกิจเฉพาะพ่นพิษผู้ประกอบการ ทำรายได้ไตรมาส 3 กำไรหายกว่า 30%
         
นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยานายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยเปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 3 ผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่มียอดขายและกำไรที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.11% สิ้นสุดในเดือน มี.ค. และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองจาก 2% เหลือ 0.01% สิ้นสุดในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
         
นอกจากนี้ การเร่งโอนที่อยู่อาศัยให้ผู้บริโภคจำนวนมากในช่วงก่อนหมดมาตรการทั้งสองรอบ จึงเหมือนเป็นการดึงความต้องการซื้อจากไตรมาส 3 ไปอยู่ไตรมาส 2 จนทำให้ผลประกอบการในช่วงเวลาดังกล่าวชะลอตัว ประกอบกับไตรมาส 3 เป็นช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองรุนแรง ทำให้บรรยากาศการซื้อขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด
         
จากการสำรวจผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ พบว่าไม่ว่าจะเป็นรายกลางหรือรายใหญ่ล้วนมียอดขายและกำไรที่ลดลงสูงกว่า 30%เช่น กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มียอดขายลดลงกว่า 1,800 ล้านบาท จาก5,023.44 ล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมาเหลือ 1,899.96 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิลดลงมากถึง 31.59% เช่นเดียวกับกลุ่มเอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ที่รายได้รวมลดลงจาก 2,868 ล้านบาท เหลือ1,396 ล้านบาท กำไรสุทธิลดลงสูงถึง 78.5%
         
กลุ่มศุภาลัย ไตรมาส 3 มีรายได้จากการขายลดลง 55% กำไรสุทธิลดลง 73% ส่วนลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มีรายได้จากการขายลดลง15.48% และกำไรสุทธิลดลงสูงถึง41.7% ขณะที่กลุ่มอารียา พร็อพเพอร์ตี้ มีกำไรสุทธิลดลง 55.96%แม้ว่าจะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น 8.72%แต่เพราะมีภาษีธุรกิจเฉพาะสูงขึ้นกำไรสุทธิจึงลดลงมาก
         
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่าช่วงไตรมาส 3 มีหลายปัจจัยที่กระทบอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าไตรมาส 4 จะปรับตัวดีขึ้น เพราะ3 เดือนสุดท้ายของปีจะเป็นฤดูกาลซื้อขายที่อยู่อาศัยด้วย เพราะผู้บริโภคมีความเชื่อว่าจะได้รับโบนัสและมีรายได้เพิ่มขึ้นในปีหน้า
         
นอกจากนี้ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้เริ่มใช้มาตรการคุมสินเชื่อคอนโดมิเนียมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป จะทำให้มีการเร่งซื้อขายคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ในช่วงโค้งท้ายนี้มากขึ้นเพื่อรับสิทธิกู้ 100%เช่นเดิม
         
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า แม้ว่าไตรมาส 3 ปีนี้ยอดขายและกำไรของผู้ประกอบการจะลดลง แต่เชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% และจะเป็นปีที่มียอดการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุดในรอบ 10 ปี โดยคาดว่าทั้งปีจะมีการโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งหมดอยู่ที่1.7 แสนหน่วย เติบโตกว่า 41%

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่