
เอกชนจี้รัฐปล่อยน้ำตาลในสต็อคแก้ขาดตลาด
ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลจี้พาณิชย์ปล่อยน้ำตาลงวด 51-52 ที่นำไปบริหารจัดการเองออกสู่ตลาด ช่วยบรรเทาน้ำตาลขาดตลาด
ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลจี้พาณิชย์ปล่อยน้ำตาลงวด 51-52 ที่นำไปบริหารจัดการเองออกสู่ตลาด ช่วยบรรเทาน้ำตาลขาดตลาด
ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาล กล่าวถึง ปัญหาน้ำตาลขาดแคลนในขณะนี้ว่า เกิดจากการที่กระทรวงพาณิชย์นำน้ำตาลงวดที่ 51 52 ไปบริหารจัดการเอง ซึ่งน้ำตาลในส่วนนี้โรงงานไม่มีสิทธิที่จะขาย และขณะนี้โรงงานกว่า 30 โรงไม่มีน้ำตาลแล้ว เหลืออีกเพียง 10 กว่าโรงเท่านั้นที่ยังเหลือน้ำตาลขายอยู่ในงวดที่ 51 และ 52 ส่วนโรงงานที่มีน้ำตาลเหลือค้างกระดานจำนวนมากเป็นน้ำตาลในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรม ที่ทำสัญญาซื้อขายไปแล้ว
"กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งปล่อยน้ำตาลจำนวนดังกล่าวที่เหลืออยู่กว่า 2 แสนกระสอบออกมา ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาน้ำตาลขาดตลาดได้ เพราะยังมีน้ำตาลในส่วนของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายกระจายอยู่สัปดาห์ละ 5 หมื่นกระสอบ ซึ่งคาดว่าน้ำตาลของกองทุนฯ จะยังเหลือใช้ไปจนถึงเดือนธ.ค. พอดีกับช่วงที่จะมีน้ำตาลฤดูกาลใหม่ออกมาพอดี เพราะโรงงานจะเริ่มเปิดหีบโรงงานแรกในวันที่ 27 พ.ย. 2553"ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลระบุ
ส่วนกรณีที่ห้างค้าปลีก ค้าส่งขนาดใหญ่ (โมเดิร์นเทรด) แจ้งว่าไม่มีน้ำตาลขาย ก็ให้ไปซื้อน้ำตาลที่เหลือของกระทรวงพาณิชย์ และนำมาบรรจุถุง 1 กิโลกรัมขายเอง เพราะการที่โรงงานทำน้ำตาลบรรจุถุง 1 กิโลกรัมขายน้อย เนื่องจากทำแล้วไม่คุ้มทุน แต่จะบรรจุถุง 50 กิโลกรัมขายมากกว่า
“การที่บอกว่าโรงงานกักตุนน้ำตาลไว้ คงไม่มีเหตุผล เพราะอีกไม่นานจะมีการเปิดหีบในฤดูกาลใหม่แล้ว ราคาน้ำตาลก็จะลดลงแน่นอน จึงไม่รู้ว่าจะเก็บน้ำตาลไว้ทำไม ส่วนกระทรวงพาณิชย์ถ้าพบว่ามีการขายแพงเกินราคาควบคุมก็ควรใช้กฎหมายลงโทษ และควรจะไปสำรวจปริมาณน้ำตาลตามโมเดิร์นเทรดด้วยว่าซื้อน้ำตาลไป และนำออกมาวางในชั้นตามจำนวนที่ซื้อไปหรือเปล่า หรือนำไปขายหลังห้างแทน” ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลกล่าว
นอกจากนี้ ทาง 3 สมาคมโรงงานน้ำตาล จะทำจดหมายถึง คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.)ให้นำน้ำตาลที่เหลือของกระทรวงพณิชย์มาบริหารจัดการเอง เพราะนำน้ำตาลไปนานแล้วแต่ยังขายไม่หมด ต่างจากน้ำตาลของกองทุนฯ ที่นำมาขายเพียง 2 เดือน ขายไปได้แล้ว 5-6 แสนกระสอบแล้ว
ด้าน นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโบยบายจัดสรรน้ำตาลโควตา ก (น้ำตาลเพื่อบริโภคในประเทศ) ไว้ที่ 25 ล้านกระสอบ แต่จะจัดสรรให้นำน้ำตาลมากระจายสู่ตลาดต่อสัปดาห์ (ขึ้นงวด) ทั้งปีเพียง 22 ล้านกระสอบ ส่วนที่เหลืออีก 3 ล้านกระสอบ จะเก็บไว้บริหารจัดการในกรณีที่น้ำตาลในตลาดตึงตัว หรือในช่วงที่น้ำตาลราคาสูงขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องนำเงินจากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายไปซื้อน้ำตาลโควตา ค (น้ำตาลเพื่อการส่งออก) คืนกลับมาในราคาสูงเหมือนในปีนี้
ทั้งนี้ น้ำตาลจำนวน3 ล้านกระสอบ จะให้ทางคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) เป็นผู้บริหารจัดการ เนื่องจากมีแนวโน้มที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกจะสูงขึ้น จึงอาจน้ำตาลจำนวนหนึ่งไหลออกนอกประเทศไปบ้าง จึงต้องมีน้ำตาลสำรองไว้ใช้ เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลน
นอกจากนี้ยังเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีการขึ้นงวดแบ่งกระจายน้ำตาลออกเป็น 52 สัปดาห์ เพราะในแต่ละสัปดาห์มีการบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่ไม่เท่ากัน จำเป็นต้องคำนึงถึงการบริหารไม่ให้ขาดแคลนมากกว่า







