'ปิโตรนาส'คว้านำเข้าแอลเอ็นจี 1.3 แสนตัน ป้อนโรงไฟฟ้าบางปะกง-วังน้อย
กฟผ. ประกาศ 'ปิโตรนาส' เป็นผู้ชนะการประมูลจัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจี จำนวน 2 ล็อต รวม 130,000 ตัน เริ่มนำเข้าล็อตแรก 65,000 ตัน สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ธันวาคม นี้
กฟผ. ประกาศ 'ปิโตรนาส' เป็นผู้ชนะการประมูลจัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจี จำนวน 2 ล็อต รวม 130,000 ตัน เริ่มนำเข้าล็อตแรก 65,000 ตัน สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ธันวาคม นี้
นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) แบบตลาดจร (Spot)จำนวน 2 ล็อต ในปริมาณไม่เกิน 200,000 ตัน ของ กฟผ. เพื่อทดสอบระบบการแข่งขันเสรีในกิจการก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562 ว่า ขณะนี้ กฟผ. ได้ผู้ชนะการประมูลจัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจี แบบ Spot แล้ว โดยบริษัท PETRONAS LNG (ปิโตรนาส แอลเอ็นจี) ประเทศมาเลเซีย เป็นผู้ชนะการประมูลการจัดหาและนำเข้าแอลเอ็นจีให้แก่ กฟผ. ในราคาต่ำสุด จากบริษัทที่เข้าร่วมประมูลทั้งสิ้น 12 ราย
สำหรับการนำเข้าแอลเอ็นจี คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้กำหนดช่วงเวลาแบ่งเป็น 2 ลำเรือ ลำเรือละ 65,000 ตัน โดยลำแรกจะเดินทางมาถึงท่าเทียบเรือมาบตาพุด จ.ระยอง ระหว่างวันที่ 28 - 31 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการแอลเอ็นจี ในตลาดโลกสูง (Peak) โดย กฟผ. จะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ชุดที่ 5 และโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 4 ส่วนลำที่ 2 จะนำเข้าประมาณเดือนเมษายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการแอลเอ็นจีในตลาดโลกต่ำ (Off-peak)โดยจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ชุดที่ 5 โรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 4 และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ทดแทน ชุดที่ 1
ทั้งนี้ การแบ่งนำเข้าเป็น 2 ช่วงเวลาเพื่อทดสอบและปรับปรุงระบบการบริหารคลังและท่อ และเป็นข้อมูลให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ใช้ประกอบการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการ ก๊าซธรรมชาติได้อย่างถูกต้องครบถ้วนและมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ส่งผลกระทบกับค่าไฟฟ้า โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากนั้น ยังเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าแอลเอ็นจีต่อไป


