
โตเกียวมารีนลุยขายประกันบำนาญ
โพสต์ทูเดย์
— โตเกียวมารีนฯ เห็นช่องเงินออมภาคบังคับคนไทยไม่พอ หันเจาะประกันบำนาญนายโยขิอาคิ อาคาเบะ ผู้จัดการกลุ่มประกันชีวิตและฝ่ายพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท โตเกียวมารีนโฮลดิ้ง เชื่อว่าความต้องการกรมธรรม์บำนาญในตลาดประกันชีวิตไทยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงสร้างอายุของประชากรไทยในปี 2550 มีความคล้ายคลึงกับโครงสร้างประชากรญี่ปุ่นเมื่อปี 2528 โดยมีประชากรวัยทำงานอายุ 3540 ปีมากที่สุด เมื่อเทียบกับประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปและวัยแรกเกิด
โดยประเทศไทยยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นพัฒนาระบบบำนาญแห่งชาติมากว่า 50 ปีแล้ว โดยคนญี่ปุ่นที่อายุอยู่ในช่วง 2060 ปี จะต้องเป็นสมาชิกของระบบบำนาญแห่งชาติ และต้องจ่ายเงินสมทบคงที่ทุกเดือนเดือนละประมาณ 5,200 บาท นอกเหนือจากบำนาญในฐานะลูกจ้างเอกชน แต่ยังไม่เพียงพอต่อการยังชีพ ประชาชนที่มีกำลังซื้อจึงได้หันมาซื้อประกันบำนาญจากบริษัทประกันชีวิต โดยปี 2551 มี 18 ล้านฉบับ คิดเป็น 15% ของจำนวนประชากรญี่ปุ่น และแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“
คาดว่าความต้องการกรมธรรม์บำนาญในประเทศไทย จะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แม้ว่าจะไม่เติบโตแบบพรวดพราด เพราะระบบเงินออมที่มีอยู่ไม่เพียงพอสำหรับการยังชีพหลังเกษียณ” นายอาคาเบะ กล่าวโตเกียวมารีน ทำธุรกิจนี้เมื่อปี 2541 มีจำนวนกรมธรรม์ 6.9 แสนฉบับ มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 8 ของญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าโตเร็วมากเมื่อเทียบกับอีก 7 บริษัทที่ทำธุรกิจประกันชีวิตมาหลายทศวรรษ นายจุมพล สายมาลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธนบดี ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญ ทีเอ็มบี คุ้มชีวิต (TMB For Life) รองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการมีเงินบำนาญไว้ใช้ยามเกษียณ โดยคาดว่าจะได้เบี้ยประกันภัยรวม 65 ล้านบาทภายในปีหน้าน.ส.กมลวรรณ อิ่มฤทัยเจริญโชค ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานธนบดีธนกิจธุรกิจประกันภัย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ประกันชีวิตแบบบำนาญจะเน้นการคืนสิทธิประโยชน์ของผู้ทำประกันในช่วงอายุ 6085 ปี รวมทั้งสิ้นจะได้รับเงินคืน 26 ครั้ง ในแต่ละครั้งจะได้เท่ากับ 12% ของทุนประกันภัยซึ่งสามารถลงทุนประกันภัยขึ้นต่ำตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป ทั้งนี้ผู้ที่สามารถทำประกันภัย ต้องมีอายุ 3055 ปี อัตราเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับเพศ และอายุของผู้เอาประกัน







