
ทุนนอกปิดบัญชีขนเงินออก
โพสต์ทูเดย์
— ธปท. เผยเงินทุนไหลออกจากไทยจะรุนแรงขึ้นในช่วงสิ้นปี เนื่องจากต่างชาตินำกำไรกลับประเทศเพื่อปิดบัญชี หนีจากตลาดพันธบัตรแล้ว 1.3 หมื่นล้านแหล่งข่าวจากสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นเงินทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในเมืองไทยทยอยไหลกลับออกไปต่างประเทศแล้ว และจะมีปริมาณมากขึ้นในช่วงเดือน พ.ย.ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่จะนำกำไรจากการลงทุนในแต่ละปีกลับไปปิดบัญชีประจำปี
สัปดาห์ที่ผ่านมา (812 พ.ย.) มียอดเทขายพันธบัตรในตลาดตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติแล้ว 1.3 หมื่นล้านบาท คาดว่าในระยะต่อไปนี้น่าจะมีการขายพันธบัตรของต่างชาติเพิ่มขึ้นอีก
ทั้งนี้ เงินทุนต่างชาติได้เริ่มทยอยไหลออกจากเมืองไทยมาตั้งแต่เดือน ต.ค. เพียงแต่เริ่มมีปริมาณที่มากขึ้นในเดือน พ.ย.นี้
“
การขายออกพันธบัตรเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติของนักลงทุนต่างชาติที่ไม่ได้ลงทุนยาว มักจะปิดบัญชีนำเงินกลับในช่วงปลายปีอยู่แล้ว ภาวะเช่นนี้เกิดขึ้นทั้งภูมิภาค อีกอย่างหนึ่ง ตอนนี้นักลงทุนเริ่มมีความกังวลกับปัญหาหนี้สาธารณะในประเทศไอร์แลนด์อีกรอบด้วย รวมถึงห่วงเรื่องเตรียมออกมาตรการควบคุมราคา และลดการเก็งกำไรในตลาดสินค้าเกษตรของรัฐบาลจีนด้วย ทำให้นักลงทุนหันกลับมาถือเงินสดมากขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้น ทำให้ค่าเงินบาทและสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค รวมทั้งยูโรปรับอ่อนค่าลง” แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยแหล่งข่าวเปิดเผยว่า สถานการณ์เช่นนี้ ธปท.ได้ติดตามการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อดูว่าเงินทุนไหลออกไปจากไทยจริงๆ มีจำนวนเท่าไหร่ และจะส่งผลต่อค่าเงินบาท หรือกระทบต่อการเสนอราคาซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างไร
สำหรับปริมาณเงินทุนไหลเข้าในช่วง9 เดือนแรกของปีนี้ ธปท.รายงานว่ามีเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ไทยแล้ว 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือร่วม 4.21 แสนล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ขณะที่นักลงทุนไทยนำเงินไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศช่วง 8 เดือนแรกทั้งสิ้น 1,907 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5.72 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 596 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.78 หมื่นล้านบาท จากระยะเดียวกันปีก่อน 1,311 ล้านเหรียญสหรัฐ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น







