'สมคิด' ให้กำลังใจ 'แครี่ หล่ำ' ฝ่าวิกฤต กล่อมนักลงทุนฮ่องกงบูมลงทุนอีอีซี
"สมคิด" เยือนฮ่องกง ชักชวนเอกชนขนเงินลงทุนในอีอีซี หวังใช้ยุทธศาตร์ GBA เชื่อม CLMV เป็นประตูส่งผ่านค้าออกไปทั่วโลก
"สมคิด" เยือนฮ่อง ชักชวนเอกชนขนเงินลงทุนในอีอีซี หวังใช้ยุทธศาตร์ GBA เชื่อม CLMV เป็นประตูส่งผ่านขยายการค้าออกไปทั่วโลก
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าได้ เข้าร่วมประชุม Guangdong–Hong Kong – Macao Greater Bay Area หรือการประชุมเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า: ขอบเขตใหม่แห่งการปฏิรูปและเปิดกว้างของจีน แนวปฏิบัติใหม่ของหลักการ ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ'ที่ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การประชุมเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า : ขอบเขตใหม่แห่งการปฏิรูปและเปิดกว้างของจีน”ว่า การจัดประชุม ครั้งแรกของ Greater Bay Area (GBA) สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีนต่อการพัฒนา GBA การเดินทางมาเยือนฮ่องกงครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษ ถูกที่ และถูกเวลา เพราะเป็นเดือนตรงกับการฉลองครบรอบ 70 ปี ในการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพลิกฟื้นประเทศจีนได้อย่างน่าอัศจรรย์ สะท้อนถึง “จีนในยุคใหม่” ตามที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศไว้ว่า “ไม่มีพลังใดหยุดจีน ไม่ให้เดินไปข้างหน้า ไม่มีอำนาจใด สั่นคลอนสถานะของจีนหรือหยุดยั้งคนจีนและชนชาติจีนไม่ให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ” โดยครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม กว่า 600 คน
ทั้งนี้่ไทยให้ความสำคัญกับจีนมากกว่า การเป็นประเทศคู่ค้าและหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา แต่จีนเปรียบเสมือน“มิตรแท้และเพื่อนจริงใจ”กับไทยทุกสถานการณ์ จุดมุ่งหมายการเดินทางมาครั้งนี้ ตั้งใจมาให้กำลังใจผู้บริหารสูงสุด นางแคร์รี่ หล่ำ เพราะเสมือนมิตรสนิทที่นับถือ เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางความคิดจนลุกลามเป็นความขัดแย้งในสังคมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความขัดแย้งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงขอเป็นมิตรแท้อยู่เคียงข้างและให้กำลังใจชาวฮ่องกงเสมอ และเชื่อมั่นกับฮ่องกงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค จากนโยบาย Belt and Road ของจีนที่ส่งเสริมระบบการค้าที่เสรี มี 122 ประเทศ และ 29 องค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมกับข้อริเริ่ม BRI และใช้ยุทธศาสตร์ GBA เชื่อมกับโลกทุกมิติ โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV ของไทย เป็นประตูส่งผ่านการค้าออกไปทั่วโลก
นอกจากนี้ ไทยยังมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการค้าการลงทุน จึงเร่งรัดการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) และได้จัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจการค้าฮ่องกง (ETO)ประจำประเทศไทย เพื่อร่วมมือกับ Hong kong Cyberport ตั้งบริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) ให้เป็นศูนย์บ่มเพาะนวตกรรม และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ แห่งอนาคตของไทย หวังเชื่อมโยงกับฮ่องกงในด้านตลาดเงิน ตลาดทุน และ creative economy รองรับนโยบาย ไทยแลนด์4.0 ซึ่งหวังว่าผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงจะกลับคืนสู่ความสดใสอีกครั้งในไม่ช้า
ด้านนางแคร์รี่ หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ GBA เป็นนโยบายใหม่ของรัฐบาลจีนปักกิ่ง เพื่อร่วมมือกันทั้งมณฑลกว่างตุ้ง- มาเก๊า-ฮ่องกง เชื่อมโยงไปสู่โลกภายนอก การเผชิญกับโลกภายนอกที่ผันผวนเศรษฐกิจโลก เมื่อฮ่องกงเป็นศูนย์กลางตลาดเงิน อันดับ 3 ของโลก ลำดับ 1 ของเอเชีย เป็นตลาดหลักทรัพย์ฯ สำคัญลำดับ 6 ของโลก ฮ่องกง ให้ความสำคัญกับ "เยาวชนคืออนาคตของพวกเรา" (Young People are Our Future) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชน โดยเฉพาะการยกระดับความสามารถและการเข้าถึงโอกาสและเงินทุน
ทั้งนี้ที่ผ่านมา ฮ่องกงมีการพัฒนามาถึงปัจจุบัน เพราะอัตลักษณ์พิเศษฮ่องกง คือ การปกครองภายใต้ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ทำให้ฮ่องกงมีอำนาจอธิปไตยในการปกครองตนเองสูง มีระบบกฎหมายและระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของนานาชาติ ซึ่งจะเป็นจุดเด่นที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาของ GBA ต่อไป แม้การชุมนุมประท้วงจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของฮ่องกง แต่รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเชื่อมั่นว่าสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ และรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงจะใช้อัตลักษณ์และจุดแข็งของฮ่องกง ภายใต้การปกครองตามหลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ในการเสริมสร้างความร่วมมือที่ทุกฝ่ายล้วนได้รับผลประโยชน์.


