
ธปท.เกาะติดทุนนอกทะลัก
โพสต์ทูเดย์
— ธปท.สั่งจับตาดูเงินทุนไหลเข้าอย่างใกล้ชิด เพื่อตัดสินใจนโยบายการเงินและดอกเบี้ยให้เหมาะนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.กำลังติดตามปัจจัยต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยอย่างใกล้ชิด รวมถึงการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ ที่ได้รับผลมาจากมาตรการผ่อนคลายด้านปริมาณเงินหรือ QE2 ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ด้วย ว่าจะมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนและทำให้เงินบาทผันผวนอย่างไร
นอกจากนี้ ธปท.ยังติดตามดูประเด็นที่ทั่วโลกกำลังวิตก คือ มาตรการชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจจีน ที่ตลาดการเงินคาดกันว่าธนาคารกลางของจีนอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจมีผลให้เศรษฐกิจจีนขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และอาจมีผลต่อภาคการส่งออกของไทยในระยะต่อไปได้
“
ตอนนี้เราต้องติดตามดูปัจจัยต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อเสถียร ภาพเศรษฐกิจในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้นำมาพิจารณาประกอบในการดำเนินนโยบายการ เงิน และนำไปพิจารณาตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 1 ธ.ค.นี้ต่อไป” นายไพบูลย์ กล่าวนายไพบูลย์ กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะกระทบจากน้ำท่วมและค่าเงินบาท แต่เศรษฐกิจของไทยในปี 2553 ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ 7.38% ตามที่ได้คาดการณ์ไว้ โดยภาวะน้ำท่วมกระทบเศรษฐกิจของไทย 0.3%
ทั้งนี้ ธปท. กำลังติดตามปัจจัยต่างๆ ที่จะมีผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย รวมถึงปัจจัยที่จะมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจ ในระยะต่อไป เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาการ ดำเนินนโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 1 ธ.ค. 2553







