
ธอส.ขายสลากออมทรัพย์เคลือบทอง
ธอส.ดึงเงินเศรษฐี 3 หมื่นล้าน มาปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อย ดอกเบี้ยต่ำกว่า 2.77%
ธอส.ดึงเงินเศรษฐี 3 หมื่นล้าน มาปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อย ดอกเบี้ยต่ำกว่า 2.77%
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในเดือน ต.ค. 2562 ธอส. เตรียมออกสลากออมทรัพย์ รอบที่ 2 วงเงิน 30,000 ล้านบาท ราคาหน่วยละ 10 ล้านบาท อายุ 2 ปี ให้กับกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารเชื้อเชิญมาซื้อ เช่น นิติบุคคล กองทุน คู่ค้าแบงก์ ลูกค้ารายใหญ่ ลูกค้าชั้นกลาง เช่น ร้านทอง ไม่ได้เน้นลูกค้ารายย่อย และไม่ได้มีการเปิดจำหน่ายเป็นการทั่วไป
ขณะนี้ ธอส. มีรายชื่อลูกค้าที่ติดต่อแล้วกว่า 2,000 ราย โดยวงเงินจากการขายสลากรอบใหม่ จะนำไปใช้ปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 2.77% ในช่วงต้นปี 2563 ตามนโยบายรัฐบาล
“สลากออมทรัพย์รอบ 2 ขายใบละ 10 ล้านบาท มีแนวคิดเป็นจะทำเป็นสลากเลี่ยมทอง เป็นเทคนิคการพิมพ์สไลด์อาบทองแท้เพิ่มมูลค่าให้กับสลาก ในส่วนของอัตราผลตอบแทนหน้าสลากคาดว่าจะอยู่ที่ 1.1-1.25% ต่อปี ไม่ได้สูงมาก ในช่วงที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง แต่มีการออกรางวัลไตรมาสละครั้ง ครั้งละ 3 รางวัล รางวัลละ 3 ล้านบาท รวม 8 ครั้ง 24 รางวัล”นายฉัตรชัย กล่าว
ทั้งนี้ การออกสลาก 30,000 ล้านบาท อยู่ในแผนการออกสลากออมทรัพย์ของ ธอส. วงเงินรวม 1 แสนล้านบาท ประกอบด้วย สลากออมทรัพย์ ธอส.ชุดวิมานเมฆ ที่ขายรอบแรก 2.7 หมื่นล้านบาท หน่วยละ 1 ล้านบาท และในช่วงไตรมาส 1/2563 ที่จะออกสลากขายรายย่อยวงเงิน 50,000 ล้านบาท ขายหน่วยละ 50,000 บาท เพื่อนำไปใช้ในการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำทั้งหมด โดยวงเงินออกสลาก 1 แสนล้านบาทเมื่อจำหน่ายหมดแล้ว ก็เตรียมที่จะเสนอคณะกรรมการธนาคารในช่วงไตรมาส 2/2563 เพื่ออนุมัติวงเงินออกสลากออมทรัพย์ในปี 2563 เพิ่มเติม
นายฉัตรชัย กล่าวว่า สำหรับสินเชื่อวิมานเมฆวงเงิน 27,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก ที่ 2.77% ซึ่งให้ยื่นขอสินเชื่อตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.2562 ที่ผ่านมา มีลูกค้ามายื่นขอสินเชื่อแล้ว 3,700 ล้านบาท และได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะอนุมัติได้ครบ 27,000 ล้านบาท ภายในเดือน ต.ค.นี้ ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปีของ ธอส.จะได้ตามเป้าหมาย 2.03 แสนล้านบาท จากล่าสุด 20 ก.ย.2562 ที่ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 1.38 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 65% ของเป้าหมาย ซึ่งในช่วงเดือนที่เหลือของปีคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เฉลี่ยเดือนละ 2.3-2.5 หมื่นล้านบาท
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงก็ตาม เชื่อว่า ธนาคารไม่น่าจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีกแล้ว แต่ในส่วนของ ธอส.อาจจะมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 2.77% ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งยืนยันว่าการให้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้เกิดการเก็งกำไร เพราะลูกค้าธอส. เป็นลูกค้ากลุ่มกู้บ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่จริง ไม่ใช่ปล่อยกู้ให้กลุ่มเกิน 10 ล้านบาท ที่มีแนวโน้มเก็งกำไรมากกว่า







