
นอกกรอบยานยนต์
...ฐาปนา
สำหรับคนที่ชอบไปซื้อของใช้พวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเกมต่างๆ ถ้าไปญี่ปุ่นก็มักจะไม่พลาดกับการแวะไปที่ร้านบิ๊ค คาเมรา ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ มีสาขาจำนวนมาก และมีข้าวของให้เลือกซื้อหาสารพัด
ล่าสุด บิ๊ค คาเมรา ทำเรื่องใหญ่ ด้วยการจับมือกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ป ผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ ซึ่งได้ออกรถยนต์รุ่น iMiEV ที่เป็นรถยนต์ใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้า ไม่ปล่อยควันเสียออกสู่บรรยากาศ โดยการจับมือที่ว่านี้ก็คือ การเปิดพื้นที่ให้ iMiEV ได้มาวางจำหน่ายในร้านบิ๊ค คาเมรา
ก่อนอื่นคงต้องวาดภาพให้เห็นกันก่อนว่า บิ๊ค คาเมรานั้น ก็เป็นเหมือนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แม้จะเน้นการขายสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ในราคาประหยัด เป็นการขายปลีกถึงผู้บริโภคโดยตรง และนอกจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นหลักใหญ่ ก็มีสินค้าประเภทอื่นๆ ประปรายด้วย แต่ก็ล้วนเป็นของใช้ในบ้าน แล้วจู่ๆ ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้จะนำรถยนต์มาวางขาย ก็ดูยังไงๆ อยู่
อย่างในบ้านเรา ก็มีอยู่บ้างบางครั้ง ที่ห้างสรรพสินค้าบางแห่งเปิดพื้นที่ให้ขายรถ แต่ก็มักจะเป็นชั่วคราว ไม่ได้เป็นการขายแบบประจำ ยกเว้นบางห้างที่มีพื้นที่เยอะจริงๆ ก็มีโชว์รูมรถกับเขาเหมือนกัน
แต่ที่ญี่ปุ่นการเปิดตัวนำรถยนต์มาขายในบิ๊ก คาเมรา เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งผู้บริหารของทั้งสองบริษัทบอกว่า เป็นการ
“ออกนอกกรอบ” ครั้งสำคัญ ที่รถยนต์ได้ออกมาจากโชว์รูม มาสู่พื้นที่ในห้างสรรพสินค้า และมีการตีความกันด้วยว่า รถ iMiEV ก็เป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แบบหนึ่งเรียกว่า ออกนอกกรอบยังไงก็ยังไม่ขัดกับแนวคิดพื้นฐานดั้งเดิมของห้าง ว่างั้นเถอะ
งานนี้ มิตซูบิชิหวังว่าจะเป็นการร่วมกันกระจายการรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ iMiEV รถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ คันสำคัญของมิตซูบิชิ ที่ประกาศตัวว่า เป็นเจ้าแรกที่ขายแบบจริงจัง ไม่ใช่ออกมาแต่รถทดลองเหมือนคู่แข่งอื่นๆ และการเริ่มต้นกับห้างที่ขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แบบบิ๊ค คาเมรา ถือเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่นที่มีการจับมือของผู้ประกอบการธุรกิจที่มีความแตกต่างกันมาก จนมีคนบอกว่า ไม่น่าจะไปด้วยกันได้ แต่ก็จับมือกลมเกลียวกันไปแล้ว
ในช่วงแรก บิ๊ค คาเมรา จะนำรถมิตซูบิชิ iMiEV ไปวางโชว์ในร้านสาขาที่ใหญ่ที่สุดจำนวน 4 แห่งในกรุงโตเกียว ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าไปขอทดลองขับ หรือปรึกษาหารือ เพื่อให้ได้ข้อมูลของเจ้า iMiEV จากบิ๊ก คาเมรา โดยไม่ต้องถ่อไปถึงโชว์รูมของมิตซูบิชิ เรียกว่าระหว่างที่คุณพ่อบ้านมาเลือกซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ เกม หรืออุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ก็สามารถแวะไปเมียงๆ มองๆ iMiEV ได้โดยไม่เสียเวลา และยังมีพนักงานคอยให้คำอธิบายอย่างครบถ้วน ส่วนจะไม่ซื้อก็ไม่ว่าอะไรกัน เพราะที่จริงแล้ว ในเบื้องต้น วัตถุประสงค์ของการร่วมมือของ 2 ยักษ์ใหญ่นี้ ก็เป็นไปเพื่อพยายามสร้างกระแสการรับรู้ในหมู่ลูกค้าเป้าหมายเท่านั้น ไม่ได้หวังจะขายเป็นกอบเป็นกำ ซึ่งนั่นเป็นโครงการในอนาคต
นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งเริ่มทำตลาด iMiEV มาตั้งแต่ปีก่อน ยังมีความพยายามจะบุกตลาดนอกประเทศด้วย โดยผู้บริหารกล่าวว่า ในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับผู้บริหารของเบสท์ บาย ซึ่งเป็นผู้ค้าสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์คล้ายๆ กับบิ๊ค คาเมรา เหมือนกัน แต่เบสท์ บายเป็นเจ้าตลาดใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา
เรียกว่า มิตซูบิชิวางแผนคล้ายๆ เดิม โดยโอมาซุ มาซูโกะ ประธานมิตซูบิชิ บอกว่า การพยายามออกนอกกรอบด้วยการนำรถยนต์ไฟฟ้าไปวางขายในห้างอิเล็กทรอนิกส์นั้น จะเป็นการทำให้มั่นใจได้ว่า รถยนต์แบบใหม่นี้ จะสามารถกระจายไปทั่วตลาด
“
เราจะต้องออกไปนอกเหนือไปจากขอบเขตของอุตสาหกรรมยานยนต์ และในอนาคต รถยนต์อาจจะสามารถพัฒนาเพื่อทำตลาดร่วมไปกับสิ่งของใช้ในบ้าน พวกอุปกรณ์อิเล็กทรอ นิกส์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี” โอมาซุ กล่าว และแสดงความเชื่อมั่นว่า การร่วมมือนี้จะสามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ได้มากกว่าที่จะวางขายอยู่แต่ในโชว์รูมรถยนต์อย่างที่ผ่านมามิตซูบิชิ คาดว่า จะผลิต iMiEV ได้ประมาณ 9,000 คันภายในเดือน มี.ค.ปีหน้า และในปีถัดไปก็จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4 หมื่นคัน และมีเป้าหมายที่จะส่งออกไปสู่ยุโรปและอเมริกาด้วย โดยเฉพาะอเมริกานั้นจะมีการจัดงานมอเตอร์โชว์ที่ลอสแองเจลิสในสัปดาห์นี้ ซึ่งมิตซูบิชิก็ไม่พลาดที่จะนำ iMiEV ไปโชว์ตัวก่อน และมีแผนที่จะเปิดการขายอย่างเป็นทางการในฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า
นับว่าเป็นการคิดนอกกรอบที่ออกมาได้สวยงามของมิตซูบิชิ และบิ๊ค คาเมราเอง ก็ยอมออกนอกกรอบของตัวเองด้วย ซึ่งน่าจะทำให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย และทำให้เราได้เห็นว่า การทำการตลาดในยุคปัจจุบัน ต้องไม่มีขีดจำกัด ถึงจะสามารถทำการค้าให้ประสบความสำเร็จ และเหนือกว่าผู้อื่น







