posttoday
“สุริยะ”นำทีมผู้บริหารก.อุตฯ ถก ส.อ.ท.หาทางช่วยผู้ประกอบการ

“สุริยะ”นำทีมผู้บริหารก.อุตฯ ถก ส.อ.ท.หาทางช่วยผู้ประกอบการ

09 สิงหาคม 2562

รมว.อุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมหารือกับส.อ.ท. ถึงมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี

รมว.อุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมหารือกับส.อ.ท. ถึงมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดยนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมประชุมหารือกับนายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในโอกาสเยี่ยมเยือนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ถึงปัญหาบรรยากาศการค้าโลกที่ซบเซา และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงพิษจากค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงมากส่งผลให้ค่าเงินบาทของไทยต่อเงินหยวนแข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาสินค้าไทยแพงขึ้นในสายตาผู้นำเข้าจีน

นายสุริยะ กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกของไทยที่มีสัดส่วนการค้ากับจีนมากที่สุดเห็นได้จากตัวเลขการส่งออกที่หดตัวลงในช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม ไทยสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้และอาจเป็นจังหวะดีสำหรับนักลงทุนภาคอุตสาหกรรมไทยที่จะสามารถซื้อเครื่องจักรเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัยในราคาที่ถูกลงในการใช้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาพรวมในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยการยกระดับให้ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเอเชียด้วยการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานเข้ากับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคเอเชีย เชื่อมโยงการขนส่งทางกายภาพและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและเทคโนโลยีด้วยการเร่งรัดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มขึ้น 100,000 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนา 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมการจัดการเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล EECd และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเพื่อรองรับการลงทุนวิจัย รวมถึงการประสานภาคเอกชนดำเนินการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กับโครงการ EECd ให้เป็นเมืองอัจฉริยะตัวอย่างและจุดดำเนินการ 5G และนวัตกรรม EECi ให้เป็นรูปธรรม และเตรียมใช้บริการจาก EECi ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งผมเห็นว่าการดำเนินการทั้งหมดของรัฐบาลรวมถึงแนวนโยบายใหม่ ๆ ที่มีการสนับสนุนและส่งเสริมให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะสามารถพยุงสถานการณ์เศรษฐกิจและพลิกฟื้นกลับมาได้อย่างแข็งแกร่ง

สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในสภาวการณ์ที่ชะลอตัวจากหลายปัจจัยจะต้องทำในระยะยาวไม่ใช่เพียงแค่การฉีดยากระตุ้นแก้อาการในแต่ละครั้ง โดยเป็นโอกาสดีในการร่วมแรงร่วมใจระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเร่งการยกระดับพื้นฐานด้านสังคมพร้อมไปกับภาคอุตสาหกรรม โดยการพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อสนองตอบความต้องการภาคการผลิตและบริการ

นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวทางร่วมกับกระทรวงแรงงาน ในการพัฒนาและสร้างกลไกการ reskill ให้กับผู้ประกอบการในโรงงานให้สอดคล้องและรองรับเทคโนโลยีใหม่ การพัฒนาระบบอาชีวศึกษาและดึงเอกชนมาร่วมมืออย่างเต็มที่ รวมถึงผลักดันมหาวิทยาลัยให้ปรับตัวเพื่อผลิตบุคคากรที่จบแล้วมีงานทำมีรายได้สูง

ขณะนี้เดียวกันกระทรวงฯ ยังมีแนวทางผลักดันมาตรการสำคัญที่ไม่เพียงแต่ดูแลอุตสาหกรรมใหญ่ แต่มีแนวทางที่จะยกระดับปัจจัยพื้นฐานเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน และให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอีมาโดยตลอด ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตระหนักถึงความท้าทายของการนำมิติงานด้านต่างประเทศมาเป็นกลไกส่งเสริมบทบาทภารกิจของภาคอุตสาหกรรมในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยกับเศรษฐกิจโลก ภายใต้ความร่วมมือกับ ส.อ.ท. ในการเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตของอุตสาหกรรมไทยกับประเทศเป้าหมาย เพื่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างต่อภาคอุตสาหกรรมผ่านความร่วมมือร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน ในการสนับสนุนการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การเชื่อมต่อ Logistics และ supply chain โอกาสและลู่ทางการลงทุน มาตรการจูงใจต่างๆ ซึ่งครอบคลุมทุกด้านไม่เฉพาะมาตรการทางด้านภาษี กฎระเบียบทางการค้าและการลงทุนที่เกี่ยวข้องของประเทศในภูมิภาคในการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม

“กระทรวงฯ และ ส.อ.ท. มีกลไกความร่วมมือที่สำคัญคือคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีการหารือในรายละเอียดของประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมาตรการความร่วมมือในการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่หดตัวจากภาวะหลายปัจจัย รวมถึงประเด็นสำคัญต่าง ๆ ของทุกหน่วยงานในกระทรวงฯ เช่น ความร่วมมือในการกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (สมอ.) ความร่วมมือในการใช้ระบบกำกับดูแลโรงงานรูปแบบใหม่ ผ่านระบบการประเมินและรับรองตนเองของผู้ประกอบการ (Self-Declaration) โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ความร่วมมือในการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ของเสียอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มอัตราการนำขยะหรือของเสียกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดตามแนวคิด Circular Economy โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และมาตรการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงด้วยการบูรณาการระบบ Big Data เข้ามาใช้ในการดำเนินการ โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ซึ่งมีกำหนดการหารือเพื่อถกหาทางการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในวันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562” นายสุริยะ กล่าว

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกล่าวว่า การหารือวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 หน่วยงาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดย ส.อ.ท. ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้ ยุทธศาสตร์ของ ส.อ.ท. 5 ด้าน คือ 1. สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม 2. เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมไทย 3. ยกระดับ SMEs และส่งเสริม Made-in-Thailand 4. เสริมสร้างธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม 5. ยกระดับทักษะ ความรู้และคุณภาพชีวิตทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว ส.อ.ท. ได้มีการนำเสนอแนวทางการส่งเสริมเพื่อกำหนดเป็นกรอบในการดำเนินงานร่วมกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมในทุกมิติ ดังนี้

1. การสร้างความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน ด้วยคณะอำนวยการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม โดยอาศัยกลไก ทั้งในระดับอุตสาหกรรมด้วยความเชื่อมโยงของ 11 สถาบัน และ กลุ่มอุตสาหกรรม/คลัสเตอร์ และในระดับพื้นที่ด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดและสภาอุตสาหกรรมจังหวัด

2. ผลักดันนโยบาย Made in Thailand เป็นวาระแห่งชาติ

3.เร่งการพัฒนา Ease of Doing Business ของทั้งภาครัฐและเอกชน

4.การพัฒนาระบบ Self - Declaration เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอนุมัติอนุญาตของกระทรวงอุตสาหกรรม และนำไปสู่การสร้างระบบ Big Data

5.การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมภายใต้ พ.ร.บ. โรงงาน ที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการ SMEs

6.การช่วยเหลือ SMEs เข้าถึงสินเชื่อธนาคาร SME ด้วยระบบ Credit Score

ข่าวล่าสุด

บ้านปู รับสมัคร BC4C ปีที่ 15  ชวนคนรุ่นใหม่สร้างกิจการเพื่อสังคม ชิงเงินทุนสามแสนบาท

บ้านปู รับสมัคร BC4C ปีที่ 15 ชวนคนรุ่นใหม่สร้างกิจการเพื่อสังคม ชิงเงินทุนสามแสนบาท