
ALLA แบ็กล็อกหนา ร่วมประมูลงานอีก 200-300 ล้าน
นายองอาจ ปัณฑุยากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล่า (ALLA)เปิดเผยว่า บริษัทฯยังคงเข้าร่วมประมูลงานอย่างต่อเนื่องจนเป็นผลให้มูลค่างานในมือรอการรับรู้(แบ็กล็อก) ณ สิ้นวันที่ 30 มิ.ย. 2562 อยู่ที่ 553 ล้านบาท ยังคงสามารถทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องจากไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 94 ล้านบาท หรือ 20% จากสิ้นปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการขยายการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม โดยงานใหม่ที่เข้ามายังคงกระจายในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ อาทิ ปิโตรเคมี ยานยนต์ และงานพรีแคส คอนกรีตในส่วนของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เช่น บริษัท แสนสิริ และบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท
นายองอาจ ปัณฑุยากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล่า (ALLA)เปิดเผยว่า บริษัทฯยังคงเข้าร่วมประมูลงานอย่างต่อเนื่องจนเป็นผลให้มูลค่างานในมือรอการรับรู้(แบ็กล็อก) ณ สิ้นวันที่ 30 มิ.ย. 2562 อยู่ที่ 553 ล้านบาท ยังคงสามารถทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องจากไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 94 ล้านบาท หรือ 20% จากสิ้นปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการขยายการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม โดยงานใหม่ที่เข้ามายังคงกระจายในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ อาทิ ปิโตรเคมี ยานยนต์ และงานพรีแคส คอนกรีตในส่วนของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เช่น บริษัท แสนสิริ และบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท
บริษัทฯ ยังคงเข้าร่วมประมูลงานในส่วนของงานเครนและรอกไฟฟ้า ช่องโหลดสินค้าและอุปกรณ์ อย่างต่อเนื่องมูลค่ารวมแล้วกว่า 200-300 ล้านบาท อาทิ งานโรงไฟฟ้าเฟสที่ 2 ของบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ งานศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท พีทีที โพลีเมอร์โลจิสติกส์ และงานโรงไฟฟ้าในบังคลาเทศ ซึ่งคาดว่าน่าจะทราบผลภายในปี 2562 นี้
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ของปี 2562 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการแข่งขันทางด้านราคา กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นงวดไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 28% ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 31% ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ 29% ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 31%
รวมถึงได้รับผลกระทบจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน สำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไปให้มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน ส่งผลให้บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจำนวน 6.85 ล้านบาท นอกจากนี้ในไตรมาส 1/2562 บริษัทฯตัดจำหน่ายทรัพย์สินจำนวน 2 ล้านบาท เนื่องจากปรับปรุงอาคารสำนักงาน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากพรบ.คุ้มครองแรงงานดังกล่าว แต่บริษัทฯสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในทุก ๆ ด้านได้ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 150 ล้านบาท ลดลง 1% และงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 อยู่ที่ 247 ล้านบาท ลดลง 3% ด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้งวดไตรมาส 2/2562 มีกำไรสุทธิ 12.82 ล้านบาท และงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 มีกำไรสุทธิ 15.65 ล้านบาท







