
"คุณหญิงสุดารัตน์"ถกฝ่ายกฎหมายจ่อยื่นศาลรธน.ชี้นโยบายรัฐบาลส่อขัดรธน.
ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยถกฝ่ายกฎหมายจ่อยื่นศาลรธน.ปมเนื้อหานโยบายไม่ครบถ้วน
ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยถกฝ่ายกฎหมายจ่อยื่นศาลรธน.ปมเนื้อหานโยบายไม่ครบถ้วน
30 ก.ค. 62 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่ามีประเด็นปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดไว้ชัดเจน ต้องกำหนดที่มางบประมาณ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้ทำตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม หากรัฐบาลนี้ได้กลับมาเป็นฝ่ายค้านคงต้องถูกเล่นงานทางกฎหมาย
นอกจากนี้นโยบายของรัฐบาลยังเป็นเหมือนการเขียนคำนำ เพราะเนื้อหาไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาของประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรมนุษย์ และการรองรับเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยเห็นการเขียนนโยบายที่กว้างแบบนี้มาก่อน
ส่วนบทบาทของพล.อ.ประยุทธ์นั้น ขอให้ประชาชนเป็นคนชี้ แต่ส่วนตัวมี 2 เรื่องที่มองเห็นคือ การไม่เข้าใจในระบบรัฐสภา แม้ที่ผ่านมาใช้สภาแต่เป็นสภาภายใต้ปีกของคสช. จึงสะท้อนว่า เป็นเพียงสภาตรายาง ที่นายกรัฐมนตรี สามารถลุกขึ้นมาชี้นำ ดุด่า ว่ากล่าวได้ ความจริงแล้วรัฐสภา มีหลักเกณฑ์มีข้อบังคับ ที่ต้องทำตามแต่นายกรัฐมนตรีไม่เคยทำ นายกรัฐมนตรีก็พูดว่า ต้องเรียนรู้ใหม่ ทั้งที่เป็นกฎเกณฑ์เดียวกันมาตลอด 5 ปี เพราะอาจจะเป็นการพูดกับคนที่ตัวเองตั้งขึ้นมา แต่ต่อไปถึงกล้าพูดกับประชาชนนายกรัฐมนตรีควรจะเคารพและให้เกียรติกันและกัน รวมไปถึงเรื่องอารมณ์ด้วย
สำหรับการวางส.ส.ในการอภิปรายงบประมาณ จะไม่มีปัญหาแต่ ยอมรับการว่า ผิดหวังที่เวลาอภิปรายน้อยเกินไป ประธานสภาฯ และฝ่ายรัฐบาล ควรเห็นใจฝ่ายค้าน เพราะเป็นคนรับเรื่องของประชาชนมาชี้แจงกับสภา ควรให้เวลาอย่างเต็มที่ แน่นอนว่า ในการอภิปรายงบประมาณ พรรเพื่อไทยจะให้โอกาสคนที่ไม่ได้พูดในครั้งที่แล้วได้อภิปรายส่วนการอภิปรายที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์มีการใส่ลูกเล่นเยอะเกินไป จนทำให้เนื้อหาไม่ครบถ้วนนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่เยอะเกินไป เป็นเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
"หลังจากนี้จะคุยกับฝ่ายกฎหมายเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หลังพบว่าการแถลงนโยบายรัฐบาลเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีการเสนอต่อที่ประชุมทั้งหมด3ประเด็น ก่อนจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 31 ก.ค" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว







