สหภาพการท่าเรือฯ ยกพลประท้วงขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามนโยบายรัฐบาลวันละ 400 บาท
ซัดบอร์ดบริหารไม่ดูแลพนักงานหลังไม่จ่ายสวัสดิการตามหลักสากล ยื่นเรื่องคัดค้านลงทุนท่าเรือหลายพันล้านบาท ชี้เสี่ยงขาดทุน-ไม่มีใครรับผิดชอบหากล้มเหลว
ซัด บอร์ดบริหารไม่ดูแลพนักงานหลังไม่จ่ายสวัสดิการตามหลักสากล ยื่นเรื่องคัดค้านลงทุนท่าเรือหลายพันล้านบาท ชี้เสี่ยงขาดทุน-ไม่มีใครรับผิดชอบหากล้มเหลว
นายศักดิ์ชาย กุลสนั่น ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (สร.กทท.) เปิดเผยว่าพนักงานสหภาพการท่าเรือฯรวมตัวกัน100-200 คนเพื่อประท้วงและยื่นข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด)กทท.
หลังจากที่บอร์ดชุดดังกล่าวโดยมีนาย สมศักดิ์ ห่มม่วง ประธานคณะกรรมการ พบว่าเข้ามาทำงานมากกว่า 1ปีแล้วนั้น แต่กลับพบว่าไม่ได้รับนโยบายของสร.กทท. ไปปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง โดยเฉพาะเรื่องของสวัสดิการพนักงานที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล เริ่มจากระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งมีพนักงานจำนสนมากไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขปกติ
ส่งผลให้ทีคดีฟ้องร้องในศาลจำนวนมาก ตลอดจนการบีบบังคับให้เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อตัดรายชื่อออกจากระบบบำเหน็จบำนาญ ซึ่งพบว่าการจ่ายเงินเข้าสมทบกองทุนดังกล่าวของกทท.อยู่ที่เพียง 5% ต่ำกว่าเกณฑ์ทั่วไปที่จ่าย 9%
นายศักดิ์ชายกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างเงินเดือนให้สอดคล้องกับการปรับค่าแรงขั้นต่ำตามนโยบายรัฐบาลที่ระบุว่าต้องจ่ายค่าแรงไม่น้อยกว่าวันละ 400 บาท พร้อมกับเสนอให้กทท.พิจารณาปรับอัตราเงินเดือนใหม่ในทุกระดับชั้นพนักงาน หลังจากที่ไม่มีการพิจารณามานานแล้วพร้อมไปกับการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้ 2-6% ของเงินเดือนทั้งหมด
ขณะที่ด้านสัวสดิการพนักงานนั้นปัญหาใหญ่คือเรื่องของสัวสดิการชุดพนักงานจำนวน 2,500 บาทต่อปี ซึ่งถือว่าพนักงานได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวจำนวนมากเพราะเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปโดยไม่มีการดูแล
เช่นเดียวกับเรื่องของการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) ซึ่งกทท.มีเงื่อนไขที่เข้มงวดเกินไปคือ เรื่องเจ็บป่วยและตำแหน่งไม่ก้าวหน้าตามสายงาน วึ่งพนักงานต้องการให้เปิดกว้างมากกว่านี้ ควบคู่ไปกับเรื่องสวัสดิการในการพาพนักงานที่จะเกษียรอายุไปดูงานต่างประเทศเพื่อตอบแทนในการทำงานอันยาวนานของบุคลากร
นายศักดิ์ชายกล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สร.กทท.ขอคัดค้านเรื่องการลงทุนบริหารและพัฒนาท่าเรือคลองใหญ่ จ.ตราด จำนวนหลายพันล้านบาท ซึ่งพนักงานเห็นว่าไม่มีความคุ้มค่าเพราะที่ผ่านมาไม่มีเอกชนรายไหนกล้าเข้ามาลงทุน เพราะจุดดังกล่าวไม่มีศักยภาพในการรองรับลูกค้าเพียงพอ จึงมองว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุและมีความเสี่ยงในเรื่องของผลตอบแทน
เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างอาคารบรรจุสินค้าเพื่อการส่งออก พร้อมระบบบริหารจัดการและสิ่งอำนวยความสะดวก (CFS ขาออก) วงเงิน 1.35 พันล้านบาท สร.กทท.มองว่าเป็นการลงทุนที่สิ้นเปลืองนับพันล้านบาทที่ไม่มีโอกาสจะคืนทุน
นอกจากนี้ยังต้องลงทุนจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องทุ่นแรงมาติดตั้งในอาคารดังกล่าวจำนวนมาก ทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระด้านต้นทุนพนักงานอีกด้วย อย่างไรก็ตามต้องการคำตอบว่าหาก กทท.จะผลักดันโครงการดังกล่าวทั้งมดนี้ หากล้มเหลวขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ หรือจะปล่อยให้เป็นเรื่องล้มเหลวโดยไม่มีใครต้องรับผิดชอบอย่างที่ผ่านมา


