posttoday
เอกชนชี้ควรนำบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮ้าส์ออกจากมาตรการคุมอสังหาฯ

เอกชนชี้ควรนำบ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮ้าส์ออกจากมาตรการคุมอสังหาฯ

11 พฤศจิกายน 2553

เอกชนอสังหาฯ เห็นด้วยมาตรการคุมการซื้ออสังหาฯ ของธปท. แต่แนะให้นำบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ ออกจากมาตรการดังกล่าว เพราะยังไม่มีสัญญาณของฟองสบู่

เอกชนอสังหาฯ เห็นด้วยมาตรการคุมการซื้ออสังหาฯ ของธปท. แต่แนะให้นำบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ ออกจากมาตรการดังกล่าว เพราะยังไม่มีสัญญาณของฟองสบู่

นายอธิป พีชานนท์ ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มาตรการการปรับวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Loan to Value หรือ LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อควบคุมการซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบ ไม่เห็นด้วยที่จะให้นำบ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮ้าส์เข้าไปรวมในมาตรการดังกล่าวด้วย เนื่องจากอสังหาฯในกลุ่มนี้ ไม่ได้มีสัญญาณของการเก็งกำไร ขณะที่ในกลุ่มของคอนโดมิเนียมหากจะนำมาตรการดังกล่าวมาใช้ ก็ควรจะเริ่มต้นทีโครงการใหม่ ไม่ให้มีผลย้อนหลัง และต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และมีระยะเวลาในการปรับตัว

ทั้งนี้ เข้าใจว่าธปท.ต้องการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาฟองสบู่ขึ้นในอนาคต เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นจะแก้ไขไม่ทัน จึงต้องออกมาตรการออกมาป้องกันไว้ล่วงหน้า แต่ในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของปัญหาฟองสบู่แต่อย่างใด เพราะการเกิดฟองสบู่ต้องมีเปลี่ยนแปลงราคาที่ผิดปกติ มีการเปลี่ยนมือบ่อย ซึ่งตอนนี้ดัชนีราคายังไม่ได้สูงขึ้นมาก โดยมีการปรับตัวสูงขึ้นไม่เกิน 3% และไม่ใช่การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่ราคาที่ปรับสูงขึ้นมาจากต้นทุนที่ดิน ที่เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 20% และค่าก่อสร้าง ทำให้ราคาของโครงการใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ก็อยู่ในสัดส่วนที่สูงถึง 92% และอีก 7-8% ที่ไม่ได้อนกรรมสิทธิ์ส่วนใหญ่เกิดจากการขอสินเชื่อไม่ผ่าน เป็นต้น และการเปลี่ยนมือเจ้าของอย่างรวดเร็วก็ยังมีน้อย

"ทั้งธปท. และเอกชนมองตรงกันว่า ยังไม่เกิดปัญหาฟองสบู่ เพราะยังไม่มีปัญหาขายไม่ได้ กลุ่มที่อยู่อาศัยราคา 1-3 ล้านบาท ยังขายดีมาก ของไม่เหลือ ซึ่งในส่วนที่เป็นคอนโดฯก็อาจจะมีการเก็งกำไรบ้างที่ระดับ 5-10% ต่อโคงการ แต่ยังไม่ได้อยู่ในระดับที่เยอะมาก แต่เข้าใจว่าต้องการไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต จึงต้องออกมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้า"นายอธิป กล่าว

สำหรับแนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ ในปีนี้ มองว่าอาจจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 5% เพราะไม่รับอานิสงค์มาจากมาตรการลดหย่อนภาษี และค่าธรรมเนียมโอน โดยการขยายตัวมาเห็นได้ชัดในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ส่วนช่วงต้นปียังได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลก และการเมืองอยู่

ส่วนกลุ่มที่ขยายตัวมากที่สุด คือ กลุ่มคอนโดมิเนียม ที่มียอดขายขยับตัวมากกว่ากลุ่มบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ แต่ก็คาดว่าจะมียอดขายใกล้เคียงกับปีก่อน ที่ยอดขายคอนโดฯอยู่ที่ระดับ 4 หมื่นหน่วย และบ้านเดี่ยวอยู่ที่ระดับ 3 หมื่นหน่วย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน