สมาคมของขวัญฯ ชี้โอกาสธุรกิจด้านนำเข้าในกลุ่มเอสเอ็มอี
ตั้งรับเกาหลีมองไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในตลาดซีแอลเอ็มวี เตรียมเปิดคอร์อบรมเชิงลึก เจาะทายาทธุรกิจ-คนรุ่นใหม่
ตั้งรับเกาหลีมองไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในตลาดซีแอลเอ็มวี เตรียมเปิดคอร์สธุรกิจนำเข้า เจาะทายาทธุรกิจ-คนรุ่นใหม่
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ นายกสมาคมของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่าปัจจุบันการค้าสมัยใหม่ ได้ให้ความสำคัญด้านการทำธุรกิจนำเข้ามากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ยังขาดความรู้ในด้านดังกล่าว ด้วยที่ผ่านมาต่างหันไปให้ความสำคัญการทำตลาดส่งออกเป็นหลัก ภายใต้นโยบายการส่งเสริมของภาครัฐ
ดังนั้น สมาคมฯ ได้เตรียมเปิดอบรมหลักสูตรกาารนำเข้า มีรูปแบบการอบรมแบบผสมผสานสื่อออนไลน์และออฟไลน์ มุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมฯ เรียนรู้การนำเข้าทุกขั้นตอนในเชิงลึก โดยในภาคทฤษฎีจะเป็นรูปแบบออนไลน์ พร้อมเชิญวิทยากรระดับโลก หรือ วีไอพี เกสต์ สปีคเกอร์ ในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องมาให้ความรู้
ในส่วนภาคปฏิบัติ จะมีทั้งกิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า ตลอดจนการนำเครื่องมือด้านต่างๆของรัฐ ที่มีอยู่เข้ามาผูกใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เข้ารับการอบรม ให้นำไปสู่การทำธุรกิจนำเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมนำผู้เข้ารับการอบรมฯ รุ่นแรก ร่วมศึกษาดูงานแสดงสินค้าด้านนำเข้าส่งออกที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งเตรียมจัดขึ้นในเดือน ต.ค.นี้
โดยหลักสูตรฯดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาการอบรม 3 เดือน และจะเปิดรับผู้อบรมรุ่นแรกจำนวน 20คน ในเบื้องต้นรองรับกลุ่มทายาท หรือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีคนรุ่นใหม่ ที่เป็นสมาชิกผู้ประกอบการธุรกิจของสมาคมฯ ซึ่งในปัจจุบันสมาคมฯมีสมาชิกกว่า 350 ราย
สำหรับ โครงการอบรมภายใต้หลักสูตรนำเข้าดังกล่าว นอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแล้ว ยังช่วยเตรียมความพร้อมทางธุรกิจในด้านต่างๆให้กับเอสเอ็มอีไทยในอนาคต จากนักลงทุนนต่างประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ที่สนใจให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการทำตลาดและกระจายสินค้าในตลาดกลุ่มประเทศ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียเนาม (ซีแอลเอ็มวี) ด้วย
"จากการได้รับเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาให้กับ เอสเอ็มบี บิสซิเนส เคาน์ซิน เซ็นเตอร์ หน่วยงานด้านกิจการเอสเอ็มอีของประเทศเกาหลี ที่กำลังมองว่าไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพมากที่สุดในการเป็นศูนย์กลางตลาดซีแอลเอ็มวีของเกาหลีในฐานะผู้ซื้อของอาเซียน ซึ่งเอสเอ็มอีไทยควรเร่งปรับตัวเพื่อรองรับโอกาสนี้ด้วย" นายจิรบูลย์ กล่าว
สำหรับทิศทางตลาดส่งออกสินค้าของขวัญ ของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน ยังมีอัตราเติบโตคงที่ประมาณ 2-3% จากปี2561 มูลค่ารายได้อยู่ที่ราว 2.4 หมื่นล้านบาท โดยตลาดหลักสินค้า คือ สหรัฐอเมริกา 28% รองลงมาญี่ปุ่น 24% และ อาเซียน 20%


