posttoday
ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่ำสุดรอบ 2 ปี

ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่ำสุดรอบ 2 ปี

05 มิถุนายน 2562

สงครามการค้ายืดเยื้อ กังวลรัฐบาลใหม่เสียงปริ่มน้ำ งบประมาณปี 63 ล่าช้า แต่ก็หวังผลักดันนโยบายช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นความเชื่อมั่น

สงครามการค้ายืดเยื้อ หวังรัฐบาลใหม่ผลักดันนโยบายช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นความเชื่อมั่น

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือนมิ.ย.พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ส.ค.62) ปรับลดลง 16.56% จาก 104.49 ลงมาอยู่ที่ 87.20 ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี นับตั้งแต่เดือนส.ค.2560 และปรับมาอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว เป็นเดือนที่ 3

กลุ่มบัญชีหลักทรัพย์ (บล.) ลดลงมากที่สุดจากระดับ 127.27 มาอยู่ที่ 71.43 เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน สถานการณ์การเมืองในประเทศ และภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

สำหรับทิศทางการลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า สถานการณ์สงครามการค้า ยังเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด เนื่องจากมีแนวโน้มยืดเยื้อและขยายสู่อุตสาหกรรมทางทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯและจีน

รองลงมา คือ สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณางบประมาณภาครัฐปี 2563 ล่าช้าออกไป แต่นักลงทุนบางส่วนมองสถานการณ์การเมืองและนโยบายภาครัฐที่ต่อเนื่องหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นการลงทุนได้

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า การมีรัฐบาลชุดใหม่ ถือเป็นข่าวดี โดยอยากให้รัฐบาลใหม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภค เพราะขณะนี้เศรษฐกิจและการส่งออกชะลอตัว เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ดังนั้น รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาดูแลและกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดแรงขับเคลื่อนต่อ

นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาสานต่อโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

"สิ่งที่เป็นห่วง คือ การบริหารจัดการในพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ เพราะรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนเพียง 254 เสียง เกินมาเพียง 4 เสียง ซึ่งต้องติดตามการผสมผสานนโยบายพรรคร่วมรัฐบาลกว่า 20 พรรคการเมืองให้มีเสถียรภาพและบริหารจัดการกิจกรรมในสภาผู้แทนราษฎรให้ได้"นายไพบูลย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม คาดหวังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะผ่านไปได้ด้วยดี และมีการผลักดันนโยบายสำคัญ น่าจะทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้าประเทศได้เดือนละ 1 หมื่นล้านบาท หรือเป็นเม็ดเงินปีนี้กว่า 6 หมื่นล้านบาท จากต้นปีนี้ถึงปัจจุบัน ที่เงินทุนยังไหลออกสุทธิให้สามารถกลับมาเป็นไหลเข้าสุทธิได้

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณอาจจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน ประกอบกับการเมืองไทย ที่มีความชัดเจนในการรัฐบาลใหม่ และนักลงทุนยังมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย

ทำให้เงินทุนต่างชาติไหลส่งสัญญาณกลับเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยจำนวนมากในเดือนมิ.ย.จากยอดขายสุทธิ 5 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือนพ.ค. 2562 เหลือขายสุทธิ 2.6 หมื่นล้านบาท ณ วันที่ 5 มิ.ย. 2562 โดยนักลงทุนถือครองตราสารหนี้ระยะยาวที่มีอายุมากกว่า 1ปี จำนวน 8.47 แสนล้านบาท ส่วนตราสารหนี้ระยะสั้นเพียง 9.3 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี