posttoday
ลดเป้าหุ้นไทยเหลือ 1,725 จุด

ลดเป้าหุ้นไทยเหลือ 1,725 จุด

05 มิถุนายน 2562

บล.กสิกรไทย คาด 12 เดือนข้างหน้า สงครามการค้ายังอึมครึม ส่งออกไทยอาจไม่โต เลวร้ายสุดคาดติดลบ 2 %

บล.กสิกรไทย คาด 12 เดือนข้างหน้า สงครามการค้ายังอึมครึม ส่งออกไทยอาจไม่โต เลวร้ายสุดคาดติดลบ 2 %


นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ และนายสุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กสิกรไทย คาดการณ์ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเดือนมิ.ย. ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,680 จุด แต่ระยะยาวยังกังวลเรื่องสงครามการค้า ส่งผลให้บริษัทฯปรับลดเป้าดัชนีหุ้นไทยในระยะ 12 เดือนข้างหน้า เหลือ 1,725 จุด จากเดิม 1,750 จุด สะท้อนภาพรวมตลาดที่ยังอึมครึม

อย่างไรก็ดี ช่วงไตรมาส 3 คาดว่ามีโอกาสที่ดัชนีปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1,680 จุด ตอบรับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามา ซึ่งมองว่าจะดำเนินนโยบายต่างๆ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว สำหรับนโยบายแรกๆ ที่รัฐบาลจะทำคือ เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนโดยเฉพาะภาคเกษตรในกลุ่ม ยาง ปาล์ม ข้าว นโยบายอัดฉีดเม็ดเงินเพิ่มเข้าไปในบัตรสวัสดิการ มาตรการปรับค่าแรงขึ้นเป็นกว่า 400 บาทต่อวัน จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 320 บาทต่อวัน

รวมทั้งนโยบายเรื่องภาษีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ( LTF ) ซึ่งมองว่าเป็นมาตรการเร่งด่วน เพราะจะสิ้นสุดมาตรการในสิ้นปี 2562 นี้ จึงคาดว่าจะเห็นข้อสรุปแนวทางออกมาในช่วงเดือนก.ย-ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลยังมีเงินเหลืออยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท ที่สามารถใช้กระตุ้นหรืออัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจได้ โดยมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่กรณีรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่มีส่วนต่างด้านจำนวน ส.ส. น้อยกวา 30 เสียงมีความเป็นไปได้มากสุด

ด้านปัญหาสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน คาดว่าจะบรรลุข้อตกลงในเชิงบวกระยะสั้นในการประชุม G20 ประเทศญี่ปุ่น ช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย. 2562 เพราะภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอลง และจะมีการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าท่าทีของสหรัฐฯ จะผ่อนคลายลง ซึ่งจะช่วยหนุนดัชนีตลาดหุ้นไทยได้อีกทาง

หากผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ประชุม G20 หากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯที่ 25 % มีผลถึงเดือนมิ.ย.นี้ คาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 3.4 % ส่งออกขยายตัว 2.3 % แต่หากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯที่อัตรา 25 % ต่อการนำเข้าสินค้าจีน มูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ มีผลสิ้นปี จะกดดันเศรษฐกิจไทยขยายตัวเหลือ 3.1 % และส่งออกอาจไม่เติบโต

กรณีสุดท้าย หากอัตราภาษีของสหรัฐฯ 25 % ต่อการนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ และยังคิดภาษีในอัตราเดียวกันกับการนำเข้าสินค้าจีนที่เหลือมูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ จะกดดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 2.6 % และภาคการส่งออกติดลบ 2 %

พร้อมกันนี้ บล.กสิกรไทย มีหุ้นแนะนำสำหรับไตรมาส 3 ประกอบด้วยกลุ่มพาณิชย์ เช่น CPALL และ HMPRO รับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ กลุ่มสินค้าเกษตร CPF หลังราคาเนื้อหมูครึ่งปีหลังสดใส เพราะมีโรคระบาดอหิวาห์แอฟริกาในสุกรที่เวียดนาม

กลุ่มรับเหมางานโยธา แนะนำ CK และ STEC จากการเร่งประมูลโครงการภาครัฐจากรัฐบาลชุดใหม่ กลุ่มปิโตรเคมี SCC จากการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นจากส่วนแบ่งกำไรสูงขึ้นจากธุรกิจนอกกลุ่มเคมีภัณฑ์ ต้นทุนแนฟทาถูกลง กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ BBL และ SCB จากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลง

กลุ่มกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน TFFIF มีอายุสัยญาเหลือ 29 ปี รายได้มั่นคง ผันผวนต่ำ กลุ่มนิคมอตสาหกรรม AMATA รับเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) และกลุ่มไอซีที ยกหุ้น TRUE โดดเด่นมากที่สุด รับประโยชน์การจัดสรรคลื่น 700 เมกะเฮิร์ต การขยายชำระคลื่น 900 เมกะเฮิร์ต

 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี