
ความช่วยเหลือที่รัฐบาลทำได้
....สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
ทําดีก็ต้องชื่นชมและให้กำลังใจกัน ทุกหน่วยงานใน จ.สงขลา โดยเฉพาะเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่สามารถผลักดันน้ำจำนวนมหาศาลในใจกลางเมืองหาดใหญ่ที่สูงกว่า 2 เมตร ออกลงทะเลจนทำให้ศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักน้ำแห้งภายใน 2 วันเท่านั้นเอง
ส่วนรัฐบาลก็ต้องชื่นชมด้วยเช่นกัน จากผลงานที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวที่ประสบภัยใน จ.นครราชสีมา เดินเครื่องได้รวดเร็วกว่าที่คาดไว้ ทำได้แบบนี้ต้องถือว่าโอเคแล้ว
มาตรการความช่วยเหลืออื่นๆ ยังมีอีกหลายอย่าง ก็ต้องขอให้รัฐบาลรีบส่งมอบให้ถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็วนะครับ
สำหรับวันนี้ผมมีไอเดียความช่วยเหลือที่รัฐบาลใช้งบประมาณไม่มาก และสามารถทำได้ทันทีผ่านกลไกแบงก์รัฐเฉพาะกิจที่รัฐบาลมีไว้เป็นเครื่องมือส่งผ่านนโยบายไปสู่ประชาชน
ไม่ต้องใช้เงินเป็นหมื่นล้าน ไม่ต้องตั้งหน่วยงานใหม่ ไม่ต้องทำเรื่องเข้าสภา แค่ใช้มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ดำเนินการก็สามารถทำได้เลย
นั่นคือการให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐหลายๆ แห่งเข้ามาช่วยให้สินเชื่อแบบผ่อนปรนเป็นพิเศษ โดยรัฐช่วยชดเชยดอกเบี้ยส่วนที่ผู้เดือดร้อนต้องจ่าย และใช้สาขาธนาคารรัฐซึ่งมีอยู่มากมายทุกพื้นที่น้ำท่วมเป็นช่องทางในการให้บริการ
ตัวอย่างเช่น กลุ่มผู้ประกอบการทั้งหลายก็ให้เอสเอ็มอีแบงก์เป็นแกนหลักปล่อยสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูหรือเสริมสภาพคล่องกิจการ วงเงิน 12 หมื่นล้านบาท คิดดอกเบี้ยต่ำสัก 3% โดยรัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ยอีก 2% ให้เวลาผ่อน 56 ปี ช่วง 2 ปีแรกก็ผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยเพื่อให้กิจการตั้งหลักได้ก่อน หากคิดเป็นส่วนที่รัฐต้องควักงบประมาณก็แค่ปีละ 200400 ล้านบาทเท่านั้นเอง กระจายความช่วยเหลือแบ่งวงเงินกันไป ใครจะเป็นลูกค้าอยู่แบงก์รัฐหรือพาณิชย์ที่ไหนมาก่อน หรือไม่เคยกู้แบงก์เลยก็ให้โอกาสใช้บริการได้ ไม่ต้องตรวจเครดิตบูโร ไม่ต้องใช้เอกสารให้ยุ่งยาก ทำเหมือนโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการราชประสงค์โมเดลเดียวกัน เชื่อว่าเงื่อนไขกติกาแบบนี้ผู้ประกอบการก็พอจะเอาตัวรอดหลังน้ำลดได้
กลุ่มผู้อยู่อาศัยที่ทรัพย์สินอาคารบ้านช่อง ยานพาหนะ เครื่องมือทำมาหากินได้รับความเสียหาย กลุ่มนี้มีจำนวนมาก เรื่องประกันภัยไม่ต้องพูดถึง ต่างจังหวัดไม่เหมือนในกรุงเทพฯ ฉะนั้นควรให้แบงก์กรุงไทย ออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ปล่อยกู้ซ่อมแซมปรับปรุงทรัพย์สิน วงเงิน 12 หมื่นล้านบาท รายละ 35 แสนบาท คิดดอกเบี้ยต่ำๆ สัก 1% ก็พอ โดยรัฐช่วยจ่ายดอกเบี้ยอีก 2% ให้เวลาผ่อนนานหน่อย 10 ปีก็ได้ ช่วง 2 ปีแรกก็เหมือนกัน ให้ผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยไม่ต้องรวมเงินต้น หากคิดเป็นส่วนที่รัฐบาลต้องจ่ายเพิ่มก็แค่ปีละ 200
–400 ล้านบาทเท่านั้นเอง เอาแบบไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ ไม่ต้องตรวจบูโร ไม่ต้องแยกว่าเคยกู้อยู่ที่ไหนมาก่อนหรือไม่ ให้โอกาสทุกคนเพื่อทำให้สภาพที่อยู่อาศัยกลับมาเหมือนเดิมโดยเร็วกลุ่มประชาชนคนทำงานข้าราชการ พนักงานของรัฐทั้งหลาย น้ำท่วมครั้งนี้เสียหายทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบากทันที เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม อาหารการกิน ของใช้ในชีวิตประจำวันเสียหายเช่นกัน ดังนั้นควรให้แบงก์กรุงไทยหรือออมสินให้กู้เพื่อการยังชีพสักรายละ 35 หมื่นบาท แบบเงื่อนไขผ่อนปรน ให้เวลาจ่ายคืนสัก 23 ปี คิดดอกเบี้ย 0% ตั้งวงเงินสัก 5,000 ล้านบาท รัฐจ่ายดอกเบี้ยแทนให้ 2% คิดเป็นงบประมาณก็แค่ปีละ 100 ล้านบาทเท่านั้นเอง คนเดือดร้อนก็ยังพอจะมีเงินใช้จ่ายแก้ปัญหาเฉพาะไปได้
ทั้งสามกลุ่มใช้กลไกของรัฐบาลที่มีอยู่แล้วสามารถดำเนินการได้เลย ใช้งบประมาณปีละไม่ถึงพันล้าน เอาเข้าคณะรัฐมนตรีอนุมัติก็ขับเคลื่อนสู่ภาคประชาชนได้ทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่ลืมดูแลแบงก์รัฐทั้งหลายด้วยนะครับ งานแบบนี้ต้องออกเกณฑ์แยกบัญชีและชดเชยความเสียหายให้กับแบงก์ด้วย
ทั้งสามกลุ่มนับรวมประชาชนก็น่าจะหลายแสนหรือเป็นล้านคน ทำได้ ทำเร็ว ทำทั่วถึง ประชาชนฟื้นตัวเร็ว รัฐบาลก็ได้ผลงานโดยไม่ต้องประชาสัมพันธ์
อยากช่วยคิดช่วยหาแนวทางหลายๆ อย่างให้รัฐบาลรีบหยิบยื่นความช่วยเหลือไปสู่ผู้ประสบอุทกภัยครั้งนี้เร็วๆ
คนที่ถูกน้ำท่วมเขาเสียหายหมดตัว ไม่ต่างกับไฟไหม้ที่ราชประสงค์เลยครับ







