รฟท.เปิดช่องเช่าที่4แสนล.
ปรับรูปแบบไม่ต้องประมูล เปิด 3 ทำเลทอง มูลค่า 4 แสนล้าน ขีดเส้นซีพีปิดดีลไฮสปีด 4 เม.ย.นี้
ปรับรูปแบบไม่ต้องประมูล เปิด 3 ทำเลทอง มูลค่า 4 แสนล้าน ขีดเส้นซีพีปิดดีลไฮสปีด 4 เม.ย.นี้
นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟท.ได้ปลดล็อกเงื่อนไขการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์แปลงงาม มูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาทกลางกรุงเทพ มหานคร เพื่อเร่งสร้างรายได้ให้องค์กร โดยจะปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการเปิดให้เอกชนร่วมทุนพีพีพีมาเป็นรูปแบบเปิดให้เอกชนเช่าพื้นที่พัฒนาแทน
ทั้งนี้ หลังจากที่ พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ. 2562 เปิดช่องให้ทำได้ทำให้สามารถเปิดประมูลที่ดินและพัฒนาพื้นที่ได้เร็วมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนคณะกรรมการพีพีพี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อมติที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.เห็นชอบแล้ว ส่งต่อให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเพื่อเปิดประมูล ได้เลย
สำหรับพื้นที่ทำเลทองของ รฟท. ประกอบด้วย สถานีแม่น้ำ วงเงินลงทุน 2 แสนล้านบาท พื้นที่สถานีมักกะสัน มูลค่า 1 แสนล้านบาท และพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ วงเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ด้วยระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี ก่อนคืนทรัพย์สินให้แผ่นดิน ส่วนรูปแบบการลงทุนจะคล้ายกับ PPP Net Cost คือ เอกชนลงทุนและรับความเสี่ยงเองทั้งหมด และอาจ มีส่วนแบ่งรายได้ให้ รฟท.ในอัตรา ที่แตกต่างกันตามศักยภาพของพื้นที่ โดยในปี 2563 จะเริ่มประเดิมเปิดประกวดราคาพื้นที่ กม.11 ภายในสถานีกลางบางซื่อ จำนวนมากกว่า 200 ไร่ มูลค่าราว 1 แสนล้านบาท
นายวรวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมในการเปิดให้เอกชนเข้าพัฒนาพื้นที่ แปลงงามกลางเมือง จำนวน 120 ไร่ มูลค่าราว 3.5-8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณเขตบางซื่อติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อ โดย รูปแบบการลงทุนนั้นเอกชนต้องลงทุนก่อสร้างอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยของพนักงาน รฟท. เพื่อแลกกับการลงทุนพัฒนาสำนักงาน ที่พักอาศัย ร้านค้าปลีกและย่านการค้า โดยให้เอกชนเก็บรายได้เกือบทั้งหมดตลอดอายุสัมปทาน 50 ปี เชื่อว่าจะมีเอกชนรายใหญ่จำนวนมากสนใจลงทุน
ขณะที่กลุ่มนักลงทุนหลายรายจากประเทศญี่ปุ่นสนใจเข้าลงทุน พัฒนาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ แปลงเอ พื้นที่ 32 ไร่ วงเงินลงทุน 1.1 หมื่นล้านบาท
นายวรวุฒิ กล่าวว่า ตัวแทนกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง และพันธมิตรแจ้งขอเลื่อนการเจรจากับคณะกรรมการคัดเลือกออกไปก่อน จากเดิมที่มีกำหนดเจรจา เงื่อนไขนอกขอบเขตการประกวดราคา (ทีโออาร์) กันในวันที่ 28 มี.ค.นี้ เนื่องจากยังเจรจากับพันธมิตรไม่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม รฟท.ได้แจ้งไปยังกลุ่มซีพีว่า แม้ว่าการเลื่อนนัดเจรจาสามารถทำได้ แต่ต้องการให้กลุ่มซีพีชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน ซึ่งได้คำตอบว่าจะเป็นวันที่ 4 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป


