ครม.เห็นชอบรื้อนมโรงเรียนคุมลักไก่โควตา
ครม.เห็นชอบปรับโครงสร้างบอร์ดนมโรงเรียน ปิดทางผู้มีส่วนได้เสียเป็นกรรมการมอบอำนาจ อ.ส.ค.จัดสรรโควตา
ครม.เห็นชอบปรับโครงสร้างบอร์ดนมโรงเรียน ปิดทางผู้มีส่วนได้เสียเป็นกรรมการมอบอำนาจ อ.ส.ค.จัดสรรโควตา
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการทบทวนระบบริหารจัดการนมโรงเรียนทั้งระบบ เพื่อให้เป็นไปตามข้อสังเกตของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยจากนี้จะให้ใช้แนวทางการปฏิรูประบบบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เนื่องจากรูปแบบเดิม คณะกรรมการมีเอกชนและผู้มีส่วนได้เสียเข้ามาร่วมด้วย ทำให้เกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยรูปแบบใหม่จะมีคณะกรรมการแยกออกมา 1 ชุด คือคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน มีปลัดกระทรวง เกษตรฯ เป็นประธานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ โดยไม่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วม จะทำหน้าที่จัดสรรสิทธิการจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการที่ขอเข้าร่วมโครงการ ซึ่งการดำเนินการจะต้องแล้วเสร็จและให้เด็กมีนมโรงเรียนดื่มเมื่อเปิดปีการศึกษา พ.ค. 2562
ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดใหม่มี 15 คน มีหน้าที่กำกับดูแลโครงการและรณรงค์การบริโภคไปยังสถาบันการศึกษาทุกระดับ โดยให้รัฐจัดสรรงบไม่เกิน 3% ของงบโครงการให้กรรมการเพื่อใช้บริหารโครงการ ขณะที่ให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ทำหน้าที่เป็นเพียงองค์กรกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และมอบให้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับ อ.ส.ค. กรมส่งเสริมสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำฐานข้อมูลหรือบิ๊กดาต้า
ด้านการจัดซื้อนมให้ทุกหน่วยงานที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลเพื่อจัดซื้อนมด้วยวิธีกรณีพิเศษ โดยให้ อ.ส.ค.เป็นคู่สัญญาซื้อขายนมกับผู้ประกอบการที่เข้าโครงการฯ ทุกรายเพื่อจำหน่ายนมโรงเรียนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดย อ.ส.ค.สามารถมอบอำนาจให้กับ ผู้ประกอบการที่เข้าโครงการเป็นคู่ สัญญาซื้อขายกับ อปท. และหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจัดซื้อแทน อ.ส.ค. และเป็นผู้ส่งมอบสินค้ารับชำระเงิน ตลอดจนรับผิดชอบความเสียหายตามสัญญาที่ทำกับหน่วยงานที่จัดซื้อทั่วประเทศแทน อ.ส.ค. โดยให้ผู้เข้าโครงการทุกรายต้องทำประกันภัยความรับผิดจากผลิตภัณฑ์ คุ้มครอง ผู้บริโภคที่มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล และนมที่จัดซื้อต้องมีมาตรฐานตามที่กำหนด


