posttoday

โสดตาย ไม่เสียดาย...

20 มีนาคม 2562

หลายคนคงงงว่าเกี่ยวกับอะไร กับคอลัมน์ Money Tips...ตอบว่าเกี่ยวกันอย่างมาก โดยเฉพาะคนโสด ไม่มีลูกไม่มีหลาน

เรื่อง ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

หลายคนคงงงว่าเกี่ยวกับอะไร กับคอลัมน์ Money Tips...ตอบว่าเกี่ยวกันอย่างมาก โดยเฉพาะคนโสด ไม่มีลูกไม่มีหลาน เมื่ออำลาโลกนี้ไปจะต้องจัดการภาระทรัพย์สินตัวเองให้เรียบร้อย

มีสถิติแนวโน้มคนไทยโสด ...จะโสดสนิทหรือไม่สนิทก็ตาม รวมไปถึงคู่ที่แต่งงานกันแล้วก็ตั้งใจที่จะไม่มีลูก มีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น ทรัพย์สมบัติมรดกที่เหลือจะทำอย่างไรดี? มอบให้ใครเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง

สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ แล้ว ใช้เงินเดือนชนเดือน ใช่ว่าเราจะ “ไม่มี” “มรดก” ให้ใครอย่างน้อยยังมีเงินจากกองทุน “ประกันสังคม” 2 ส่วน คือ

1.เงินสงเคราะห์และเงินช่วยเหลือค่าทำศพ

- ถ้าก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน

- ถ้าก่อนถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน

- เงินช่วยเหลือค่าทำศพ 4 หมื่นบาท ต้องมีเอกสารหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้จัดการศพของผู้ประกันตน

** เงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์นั้น หากมิได้ทำหนังสือระบุให้บุคคลใดเป็นผู้รับสิทธิประโยชน์ก็ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่สามีหรือภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน แต่ถ้าเป็น “คนโสด” พ่อแม่เสียไปแล้ว ไม่มีลูกและไม่มีสามี หรือภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เงินทั้งหมดนี้ก็จะต้องส่งคืนกองทุนประกันสังคมไป

2.เงินกองทุนชราภาพ คือ เงินที่เราสะสม
มาตลอดชีวิตทำงานที่จะเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ แต่ถ้ามีเหตุที่จะต้องอำลาจากโลกนี้ไปก่อน ที่จะรอใช้เงินเกษียณและไม่มีทายาทที่จะรับมรดกนี้ เงินนี้จะต้องตกเป็นของกองทุนประกันสังคม

กรณีผู้ประกันตน “โสด” เสียชีวิต ถ้าไม่มีพ่อแม่ (เสียชีวิตแล้ว) หรือมี ภรรยา หรือสามี หรือสามีภรรยาไม่ได้จดทะเบียนสมรส (ก็หมดสิทธิ) ถึงจะมีลูกก็ไม่สามารถเบิกได้ นอกจากจะจดทะเบียนรับรองบุตรไว้ก่อนลูกถึงจะได้สิทธิ

ส่วนพี่น้อง หรือบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายก็ไม่มีสิทธิได้เงินตามสิทธิ จะได้แค่เงินสงเคราะห์และเงินช่วยเหลือค่าทำศพ

ดังนั้น “คนโสด” ควรจะต้องทำพินัยกรรมไว้ก่อนว่าจะยกผลประโยชน์เงินกองทุนชราภาพให้ใคร

ข้อแนะนำผู้ประกันตนที่โสดหรือไม่มีทายาท ควรจะเขียนพินัยกรรม หรือทำเอกสารระบุผู้รับผลประโยชน์ในเอกสารหรือพินัยกรรมจะต้องประกอบไปด้วย

- ชื่อผู้มีสิทธิรับประโยชน์ ระบุเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับสิทธิประโยชน์และพยานให้ชัดเจน เพื่อเป็นหลักฐานในการแสดงตัวว่าเป็นผู้มีสิทธิรับสิทธิประโยชน์จริง

- เอกสารหรือพินัยกรรมนั้นให้เก็บไว้กับผู้ประกันตนและหรือผู้มีสิทธิรับประโยชน์เก็บไว้เอง เพื่อจะนำไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคม เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต

ย้ำผู้ประกันตนที่โสด หรือไม่มีทายาท เนื่องจากหากไม่มีผู้รับประโยชน์เงินทดแทน ส่วนนั้นจะตกเป็นของกองทุนประกันสังคม ตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งเพื่อป้องกันปัญหาการอ้างรับประโยชน์ทดแทน

เงินบำเหน็จชราภาพของ “โสด” ตกทอดเป็นมรดกได้

กรณีเสียชีวิตก่อนอายุ 55 ปีบริบูรณ์จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพ ดังนี้

• กรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน ผู้รับผลประโยชน์จะได้เงินบำเหน็จชราภาพจำนวนเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรและกรณีชราภาพ

• กรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป

ผู้รับผลประโยชน์จะได้เงินบำเหน็จชราภาพ เท่ากับเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายเงินสมทบ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ตามที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด

• กรณีผู้ประกันตนที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพเสียชีวิตภายใน 5 ปี

ทายาทผู้มีสิทธิจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ 10 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญควรรู้

ผู้มีสิทธิท่านใดยังไม่ได้ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีเสียชีวิตของผู้ประกันตนที่เสียชีวิตไปแล้ว ให้มายื่นขอรับสิทธิภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัดที่สะดวกที่สุด หากเกินระยะเวลาที่กำหนดไปแล้วเงินทั้งหมดของเราจะตกเข้าเป็นของกองทุนประกันสังคม

ไม่ว่าจะโสดหรือไม่โสด ก็ควรที่จะจัดการจัดทำ “พินัยกรรมมรดก” ไว้ก่อน

หากไม่ทำพินัยกรรมไว้ ใครละได้ผลประโยชน์

คนโสดที่ไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดกจะตกไปเป็นของ “ทายาทโดยธรรม” ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรก คือ คู่สมรส ซึ่งต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย

“คนโสด” ไม่แต่งงานหรือไม่จดทะเบียนก็ข้ามข้อนี้ไปเป็น ประเภทที่ 2 คือ ทายาทที่เป็นญาติของเรา

ทายาทโดยธรรมแบ่งเป็น 6 ลำดับ

การแบ่งทรัพย์มรดกระหว่างทายาทโดยธรรมนั้นต้องแบ่งตามลำดับชั้นดังต่อไปนี้

1.ผู้สืบสันดาน คือ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม

2.บิดามารดา ในกรณีของบิดา เฉพาะบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นที่มีสิทธิรับมรดก

3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

4.พี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน หรือที่เรามักเรียกกันว่า “พี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่” นั่นแหละ

5.ปู่ ย่า ตา ยาย

6.ลุง ป้า น้า อา

ทางที่ดีที่สุดขอแนะนำว่า ควรที่จะต้องจัดการ ทำเรื่อง “พินัยกรรมชีวิตและทรัพย์สิน” ไว้ก่อนจะดีกว่า

โสดตาย ไม่เสียดาย...

ข่าวล่าสุด

ครม.อนุทิน2เร่งแก้ของแพงจากวิกฤตพลังงานจี้กรมการค้าภายในรื้อโครงสร้าง