จีนไฟเขียวกม.ใหม่แก้บีบถ่ายโอนเทคโนโลยี
จีนไฟเขียวกฎหมายลงทุนต่างชาติ แก้บีบถ่ายโอนเทคโนโลยี หอการค้าอเมริกันหวั่นยังไม่เพียงพอ
จีนไฟเขียวกฎหมายลงทุนต่างชาติ แก้บีบถ่ายโอนเทคโนโลยี หอการค้าอเมริกันหวั่นยังไม่เพียงพอ
สภาประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) ลงมติผ่านกฎหมายการลงทุนต่างชาติฉบับใหม่ เพื่อหวังแก้ปัญหากรณีบริษัทต่างชาติถูกบังคับให้ถ่ายโอนเทคโนโลยีแลกกับการเข้ามาทำธุรกิจในจีน โดยกฎหมายใหม่จะเริ่มมีผลบังคับวันที่ 1 ม.ค. 2563
ทั้งนี้ กฎหมายใหม่จะขจัดข้อกำหนดให้เอกชนต่างชาติต้องถ่ายโอนเทคโนโลยีให้กับบริษัทร่วมลงทุนในจีน และระบุว่าการเข้าแทรกแซงทางการดำเนินธุรกิจของเอกชนต่างชาติ เป็นการกระทำผิดกฎหมาย
ด้าน นายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เปิดเผยว่า กฎหมายฉบับใหม่มุ่งวางมาตรฐานการดำเนินงานของรัฐบาล และสร้างความมั่นใจว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นไปอย่างถูกกฎหมาย และจีนจะออกมาตรการเพิ่มเติมอีกเพื่อปกป้องนักลงทุนต่างชาติ พร้อมเสริมว่าจีนจะออกมาตรการเปิดกว้างมากยิ่งขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ดี หอการค้าอเมริกันในจีนแสดงความวิตกเรื่องที่เอกชนต่างชาติไม่ได้ร่วมเสนอความเห็นต่อกฎหมายฉบับดังกล่าว พร้อมเสริมว่า กฎหมายใหม่ยังไม่ช่วยแก้ปัญหาการทำธุรกิจของเอกชนต่างชาติ หรือการเข้าไปลงทุนในจีน
นอกจากนี้ เอกชนต่างชาติยังกังวลเรื่องรายละเอียดของกฎหมายฉบับใหม่ เนื่องจากกฎหมายใหม่ที่เพิ่งผ่านการอนุมัติมีเพียง 41 มาตราเท่านั้น เมื่อเทียบกับร่างดังกล่าวปี 2558 ซึ่งประกอบด้วย 170 มาตรา
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายการลงทุนต่างชาติได้รับการเสนอขึ้นตั้งแต่ปี 2558 แต่ยังไม่ผ่านกระบวนการลงมติในขณะนั้น ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากเอกชนต่างชาติ ทั้งสหรัฐและยุโรปให้จีนแก้ปัญหาการบีบถ่ายโอนเทคโนโลยี อย่างไรก็ดี จีนได้เร่งกระบวนการดังกล่าวเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว หลังจีนและสหรัฐพยายามหาทางยุติความขัดแย้งทางการค้า
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐอาจทราบในอีก 3-4 สัปดาห์ข้างหน้าว่า จะสามารถทำข้อตกลงการค้ากับจีนได้หรือไม่ โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ นายทรัมป์เสริมว่า ไม่รีบร้อนบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีน พร้อมยืนยันว่า การทำข้อตกลงใดๆ ก็ตามต้องมีมาตรการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา
ก่อนหน้านี้ บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า การประชุมระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีจีน สีจิ้นผิง ซึ่งจะมีขึ้นที่รีสอร์ทในรัฐฟลอริดา สหรัฐ ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ เพื่อสงบศึกและบรรลุความตกลงทางการค้าระหว่างกัน อาจถูกเลื่อนออกไปเป็นปลายเดือน เม.ย.นี้
ทั้งนี้ สหรัฐและจีนมีความก้าวหน้าในการสงบศึกการค้า หลังสหรัฐประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีสินค้าจีน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.2 แสนล้านบาท) จาก 10% เป็น 25% ออกไปจากกำหนดเดิมวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ประเด็นการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและปัจจัยเชิงโครงสร้างอื่นๆ เป็นอุปสรรคสำคัญในการคลี่คลายความขัดแย้ง


