
เตือนหุ้นไทยเนื้อหอมน้อยลง
เงินมุ่งไหลเข้าฮ่องกงสิงคโปร์ปตท.ดุตัวเดียวดันหุ้นขึ้น6จุด
เงินมุ่งไหลเข้าฮ่องกงสิงคโปร์ปตท.ดุตัวเดียวดันหุ้นขึ้น6จุด
หุ้นเอเชียกระทิงขวิด ไทยนิวไฮ 1,031 จุด นายกสมาคม บล.เตือน อย่าหวังเงินนอกทะลักมากเหมือนก่อน ต่างชาติเบนเข็มซื้อตลาดไต้หวันฮ่องกง
หุ้นเอเชียร้อนแรงถ้วนหน้า ตลาดญี่ปุ่นและอินเดียทะยานกว่า 2% ส่วนไทยปิดที่จุดสูงสุดรอบใหม่ (นิวไฮ) 1,031.61 จุด บวก 17.41 จุด หรือ 1.72% มูลค่าการซื้อขายบวมถึง 54,025 ล้านบาท เกิดจากการซื้อหนักของสถาบันในประเทศ 2,621 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างชาติซื้อเพียง 740 ล้านบาท
ทั้งนี้ แรงซื้อหุ้นตัวใหญ่ โดยเฉพาะครอบครัว ปตท. นำโดย ปตท. (PTT) บวก 17 บาท หรือ 5.41% ปิดที่ 331 บาท มีผลให้ดัชนีหุ้นบวกถึง 6 จุด
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) และนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นที่พุ่งแรง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงมติว่าจะใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 จำนวน 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จึงมีการเก็งกันล่วงหน้าว่าจะมีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจะต้องระมัดระวังการลงทุน เนื่องจากเงินทุนที่จะไหลเข้ามาคงจะไปหาตลาดใหม่ เช่น ตลาดหุ้นฮ่องกง และสิงคโปร์ มากกว่าที่จะเข้ามาซื้อหุ้นไทย เพราะตลาดหุ้นเหล่านั้นราคายังไม่เกินปัจจัยพื้นฐานและเงินเพิ่งจะเข้าไปเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่เงินลงทุนต่างประเทศทะลักเข้าตลาดหุ้นไทยและอินโดนีเซียมาตั้งแต่เดือน ก.ย. ทำให้ดัชนีหุ้นและราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว
“ตลาดหุ้นที่ขึ้นมาแรงเกิน 1,000 จุดนั้น มาจากแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศเป็นหลัก ต่างชาติมีบทบาทน้อยลง” นางภัทธีรา กล่าว
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส บล.ธนชาต กล่าวว่า หุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรง 17 จุด น่าสังเกตว่ามีหุ้นที่ราคาเพิ่มขึ้นจากวันก่อนจำนวน 160 บริษัท แต่กลับมีหุ้นที่ราคาลดลงมากถึง 250 บริษัท และมูลค่าการซื้อขายถึง 5.4 หมื่นล้านบาท นับเป็น 2 เท่าของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของปีนี้ 2.7 หมื่นบาทต่อวัน สะท้อนถึงการเก็งกำไรกันหลายรอบ
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท.ในปีหน้าจะดียิ่งขึ้น หลังทีมวิเคราะห์ของกลุ่ม ปตท. คาดการณ์ราคาน้ำมันเฉลี่ย 83100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยเฉพาะธุรกิจขุดเจาะและสำรวจ ส่วนธุรกิจโรงกลั่นก็จะได้กำไรจากสต๊อก สำหรับธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจก๊าซ จะไม่ดี
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย (THAI) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปีนี้จะดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ แม้ราคาน้ำมันเครื่องบินจะปรับตัวขึ้นก็ตาม เพราะบริษัทได้มีการซื้อป้องกันความเสี่ยงไว้ประมาณ 70% ของปริมาณการใช้ทั้งหมด ในราคาประมาณ 7090 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเมื่อเดือน ต.ค. ราคาน้ำมันเครื่องบินอยู่ที่ 94 เหรียญสหรัฐ ทำให้บริษัทมีกำไรจากส่วนนี้
“ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้อนุมัติให้ซื้อป้องกันความเสี่ยงสูงสุด 80% และต่ำสุด 20% ถือว่าเหมาะสมแล้ว แม้ธุรกิจการบินจะมีความเสี่ยงมากขึ้นจากราคาน้ำมันที่ผันผวนก็ตาม ดังนั้นการทำธุรกิจนี้ต้องมีการบริหารความเสี่ยง บริหารจัดการและมีการปรับตัวให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งการบินไทยได้ทำ 2 ประเด็นหลัก คือ การบริหารความเสี่ยง และการลดต้นทุน รวมถึงบริษัทสามารถขึ้นราคาค่าโดยสารตามต้นทุนน้ำมัน ถ้าราคาสูงขึ้น” นายปิยสวัสดิ์ กล่าว







