
ธปท.แนะรับมือค่าเงินป่วน
ธปท.หนุนผู้ประกอบการไทยใช้เงินสกุลท้องถิ่นซื้อขาย ลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนค่าเงิน
ธปท.หนุนผู้ประกอบการไทยใช้เงินสกุลท้องถิ่นซื้อขาย ลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนค่าเงิน
นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.มีนโยบายสนับสนุน ให้ผู้ประกอบการส่งออกและนำเข้าไทยในเงินสกุลท้องถิ่นเพื่อนบ้าน ในการทำธุรกรรมการเงินเพื่อลดความผันผวนค่าเงินและผลกระทบค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการใช้เงินสกุล ท้องถิ่นยังเพิ่มขึ้นไม่มาก ส่วนหนึ่งเพราะยังคุ้นเคยในการใช้เงินสกุลหลัก แต่ การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเอาไว้เมื่อปริมาณธุรกรรมค่อยๆ เพิ่มขึ้น ต้นทุนการทำธุรกรรมลดลง และผู้ประกอบการเล็งเห็นความสำคัญของการใช้เงินสกุล ท้องถิ่นเป็นทางเลือกในการกำหนดราคาสินค้า ใบแจ้งหนี้ (Invoicing) ตัวเลข การใช้คงเพิ่มขึ้นต่อไป
ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนทางตรง (Direct Quotation) เงินบาทมี 4 ประเทศ คือ ริงกิต-มาเลเซีย รูเปียห์-อินโดนีเซีย เยน-ญี่ปุ่น และหยวน-จีน ซึ่งการค้าระหว่างไทยกับคู่ค้า 4 ประเทศนี้เริ่มจะเห็นว่าสัดส่วนการใช้เงินบาทเป็นสกุล ในการกำหนดราคาสินค้า (Invoicing Currency) เพิ่มขึ้นตามลำดับ แต่สัดส่วนการใช้เงินดอลลาร์ก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งช่วงแรกจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วนัก
นางจันทวรรณ กล่าวว่า ธปท.การส่งเสริมคงจะทำต่อเนื่องร่วมกับธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการซื้อขายเงินตราต่าง ประเทศเหล่านี้ ซึ่งมีการจัดสัมมนาให้ กับลูกค้าอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว นอกจากนี้ ธปท.ก็ได้จัดสัมมนาร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ที่มีสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศทั้งในรูปของการจัดสัมมนา การจัดคู่มือการใช้งาน การนำเสนอกรณีศึกษาของผู้ประกอบการรายที่ทดลองใช้แล้ว ช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องความผันผวนของรายรับรายจ่าย เป็นต้น
"การที่เรากำหนดราคาในเงินสกุลหลัก (Major Currencies) แสดงว่าคู่ค้า อาเซียนทั้งสองประเทศต่างก็จะต้องทำการประกันความเสี่ยงเทียบกับดอลลาร์ เช่นบาทก็ต้อง Hedge กับดอลลาร์ ริงกิตก็ต้อง Hedge กับดอลลาร์ แต่ถ้าเราใช้เงินสกุลท้องถิ่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็สามารถประหยัดต้นทุนการประกันความเสี่ยง เพราะซื้อขายในเงินสกุลท้องถิ่นของตัวเอง" นางจันทวรรณ กล่าว
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรี อยุธยา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 ก.พ. เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 31.28 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเคลื่อนไหวที่ 31.28-31.32 บาท/ดอลลาร์ ยังคงแข็งค่า ระดับกลางๆ ถ้าเทียบกับสกุลอื่น เพราะค่าเงินวอนและค่าเงินหยวนที่แข็งค่า นำตอบรับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนเริ่มที่จะคลี่คลายไปในทางที่ดี สำหรับวันนี้ 26 ก.พ. คาดว่าค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.25-31.35 บาท/ดอลลาร์







