ข้างหลังภาพพระเจ้าอุ่นคำ
ผมเคยนั่งค้นเรื่องโครงการสำรวจสยามและอินโดจีนของโอกุสต์ ปาวี
ผมเคยนั่งค้นเรื่องโครงการสำรวจสยามและอินโดจีนของโอกุสต์ ปาวี (Missions Pavie) ที่เป็นมาสเตอร์แพลนของการสถาปนาอินโดจีนฝรั่งเศส เจอภาพของพระเจ้าอุ่นคำ พระเจ้ามหินทรเทพนิภาธร กษัตริย์หลวงพระบาง ในหนังสือ Iconographie Historique de l’Indochine Française ใครสนใจประวัติศาสตร์คงคุ้นภาพนี้ แต่ที่ผมเจอความคมชัดสูงมาก เห็นรายละเอียดเครื่องราชูปโภคชัดเจน
จะเห็นว่าพระเจ้าอุ่นคำทรงพระชฎา ถือพระแสงดาบญี่ปุ่น มีเครื่องสูงกับเครื่องราชูปโภคแบบราชสำนักสยาม เพราะได้รับพระราชทานจากราชสำนักสยาม
ผู้ที่ประทับเก้าอี้เบื้องซ้ายคือพระเจ้าสักรินทรฤทธิ์ พระโอรสและกษัตริย์พระองค์ต่อมา
ส่วนองค์ขวาคืออุปราชบุนคง ทั้งสองพระองค์มีพระมาลาเส้าสูง ของพระเจ้าสักรินทรฤทธิ์มียี่ก่าด้วย ส่วนพระกุมารน้อยที่นั่งตรงหน้าพระเจ้าอุ่นคำอันนี้ไม่ทราบ ถ้าจะให้เดาน่าจะเป็นพระเจ้าศรีสว่างวงศ์หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้
ภาพนี้ถ่ายโดย โอกุสต์ ปาวี เมื่อปี 1894 หรือหากมองดีๆ จะเห็นในภาพหอคำที่สร้างขึ้นอย่างชั่วคราวด้วยฝาไม้ขัดแตะเพราะหอคำเดิมถูกพวกฮ่อปล้นเผาจนสิ้น และปีกลายนั้นหลวงพระบางตกเป็นรัฐอารักขาของฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านั้น ปาวีเดินทางสำรวจไปถึงหลวงพระบาง ซึ่งเวลานั้นเป็นประเทศราชของสยาม พอดีกับที่พวกฮ่อธงดำบุกลาว (ที่จริงคือพวกไทดำจากสิบสองจุไท) นำกองกำลัง 600 คนปล้นเผาเมืองหลวงพระบาง ฆ่าราษฎร บั่นพระเศียรอุปราชสุวรรณพรหมา (พระบิดาของอุปราชบุนคง) ข้าหลวงสยามกับทหารสยามหนีเตลิดจากหลวงพระบาง
พระเจ้าอุ่นคำที่ทรงชราภาพมากแล้วเกือบจะหนีตายไม่ทัน ได้ล่ามเขมรของปาวีและปาวีพาหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิด แล้วพาขึ้นเรือทิ้งเมืองหลวงพระบางที่ถูกเพลิงมอดไหม้เอาไว้เบื้องหลัง กระทั่งเรือล่องลงใต้ไปถึงเมืองปากลาย
ที่เมืองปากลายนี่เองที่พระเจ้าอุ่นคำทรงตัดพ้อสยาม ตรัสกับปาวีว่า หลวงพระบางไม่ใช่เมืองขึ้นสยาม เพียงเต็มใจที่จะขอความอารักขาจากสยาม แต่สยามให้ความคุ้มครองไม่ได้ ทั้งยังแทรกแซงจนบ้านเมืองพินาศ (ฝ่ายสยามไปพิพาทกับฮ่อ) ทรงตรัสว่าหากพระโอรสเห็นพ้องจะทรงมอบบ้านเมืองให้ฝรั่งเศสช่วยปกป้องจากภยันตรายในภายภาคหน้า (โปรดสังเกตว่านี่เป็นการบันทึกของปาวี ที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของสยาม)
หลังจากนั้น พระเจ้าอุ่นคำเสด็จมาลี้ภัยที่บางกอกแล้วกลับไปหลวงพระบางอีก แต่อีก 2 ปีต่อมาทรงถูกสยามขอให้สละราชบัลลังก์แก่พระโอรส เพียงแต่พระเจ้าอุ่นคำได้ตกลงกับฝรั่งเศสเอาไว้แล้ว หลวงพระบางจึงกลายเป็นรัฐอารักขาของฝรั่งเศสโดยคำมั่นสัญญาของพระองค์ในทางพฤตินัย และเป็นทางการในปี 1907 ดังนั้นพระเจ้าอุ่นคำจึงเป็นเจ้าหลวงพระบางในฐานะประเทศราชสยามองค์สุดท้าย ส่วนพระเจ้าสักรินทรฤทธิ์ จึงเป็นกษัตริย์หลวงพระบางองค์แรกภายใต้อารักขาของฝรั่งเศส
พระเจ้าอุ่นคำสวรรคตในปี 1895 หรือ 1 ปีหลังจากถ่ายภาพนี้
เรื่องนี้เป็นอนุสนธิเรื่องทัศนะทางประวัติศาสตร์ได้อย่างดี
1.คนไทยมักจะคิดว่าพระเจ้าอุ่นคำกับพระเจ้าสักรินทร์ถูกฝรั่งเศสบีบให้อยู่ใต้อารักขา
2.ฝรั่งเศส (คือปาวีและนักประวัติศาสตร์ตะวันตก) มองว่าพระเจ้าหลวงพระบางยอมให้กับฝรั่งเศสเองเพราะผิดหวังกับความไร้สมรรถภาพของสยาม
3.คนลาวคิดอย่างไรผมไม่ทราบจริงๆ แต่เดาว่าคงไม่พอใจทั้งสยามและฝรั่งเศส


