
เปิดพาวิลเลียน จีเอ็ม เดินทางสู่โลกอนาคต 2030!!!
จีเอ็มไอโอ ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลกิจการของจีเอ็ม มอเตอร์ส ในหลายภูมิภาคทั่วโลก ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการเปิดจีเอ็ม พาวิลเลียน ในงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ตลอดระยะเวลา 6 เดือนของการจัดงาน
จีเอ็มไอโอ ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลกิจการของจีเอ็ม มอเตอร์ส ในหลายภูมิภาคทั่วโลก ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการเปิดจีเอ็ม พาวิลเลียน ในงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ตลอดระยะเวลา 6 เดือนของการจัดงาน
โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
จีเอ็มนับเป็นผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียวของโลก ที่มีโอกาสจัดแสดงพาวิลเลียนในงานนี้ เนื่องจากจีเอ็มถือเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา รวมถึงยังมีพันธมิตรชั้นดีอย่างเอสเอไอซี ซึ่งเป็นค่ายรถยนต์ในประเทศจีน เป็นผู้ช่วยเหลือในการจัดตั้งพาวิลเลียนดังกล่าว
ตัวอาคารรูปทรงสะดุดตา ตั้งอยู่บนพี้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ต้อนรับผู้มาเยือนมากกว่า 2 ล้านคนตลอดระยะเวลาของการจัดงาน นำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการคมนาคมที่วางรากฐานไว้สำหรับอนาคตในปี พ.ศ. 2573 หรืออีก 30 ปีข้างหน้า โดยภายในงานจะแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเมืองแห่งอนาคต พร้อมด้วยระบบการคมนาคมส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อน
ยานยนต์แห่งโลกยุคใหม่ที่ปราศจากการใช้น้ำมันปิโตรเลียม ปราศจากการปล่อยไอเสีย ปราศจากการเกิดอุบัติเหตุ ปราศจากปัญหาด้านการจราจร แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานและสีสันแห่งความแปลกใหม่
เอสเอไอซี และจีเอ็ม สองบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์โลกได้ทำงานร่วมกันอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนวิสัยทัศน์นี้ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริง ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ อาทิเช่น พลังงานไฟฟ้า ระบบการติดต่อสื่อสาร และระบบการขับขี่อย่างอิสระ ยิ่งไปกว่านั้นรถยนต์แห่งโลกอนาคตจะอาศัยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลักในการขับเคลื่อน
รถยนต์ต้นแบบอย่างเอ็น-วี หรือเยซ คอนเซปต์ ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน และเนื้อหาที่นำมาจัดแสดงบนที่นั่งซีมูเลเตอร์ และจอภาพขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงเมืองเซี่ยงไฮ้แห่งโลกอนาคตในอีก 30 ปีข้างหน้า ผ่านรูปแบบการใช้ชีวิตของบุคคลที่มีความแตกต่างกันไป แต่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในเมืองหลวงแห่งความไฮเทค
Great Togetherness หรือการอยู่ร่วมกันอย่างยิ่งใหญ่ ถูกนำมาเป็นแนวคิดของการจัดแสดงผ่านแสง สี เสียง ที่สอดประสานกัน ทำให้ผู้ที่เข้าชมการแสดงของจีเอ็มได้ทั้งความบันเทิง ความสนุกสนาน และความตื่นตาตื่นใจไปตาม ๆ กัน จนแทบไม่อยากจะลุกจากเก้าอี้เมื่อจบการแสดง
หลังจาก วันที่ 1 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นมา พาวิลเลียนของจีเอ็ม ประสบความสำเร็จต่อเนื่อง โดยมีจำนวรผู้เข้าชมครบ 2 ล้านคน โดยจีเอ็มได้ได้ต้อนรับ เฉิน จิน หัว ผู้เข้าชมคนที่ 2 ล้าน ด้วยการมอบชุดรถจำลอง อีเอ็น-วี ให้เป็นของที่ระลึก พร้อมอนุญาตให้ได้ทดสอบขับรถยนต์แห่งอนาคตคันจริงขึ้นบนเวทีในขณะเยี่ยมชมพาวิลเลียนแบบส่วนตัวกับครอบครัวของเขา
เฉิน จิน หัว กล่าวถึงเหตุผลที่เขาเดินทางเยือนเอสเอไอซี-จีเอ็ม พาวิลเลียนว่าเป็นเพราะมีผู้กล่าวขานกันอย่างมากมายว่าเป็นพาวิลเลียนที่ “ต้องเข้าชม” ในงานเวิลด์เอ็กซ์โป 2010
"เมื่อผมได้ทดลองขับรถต้นแบบอีเอ็น-วี และเยส รถพลังงานไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดปัญหาด้านมลพิษ ผมคิดว่ารถคันนี้จะสามารถช่วยลดปัญหาของการเดินทางได้หลายประการ เช่น ปัญหาด้านมลพิษ และอุบัติเหตุบนท้องถนน ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารถยนต์ในอนาคตปี 2573 จะมีความสามารถเสมือนยานยนต์ที่จัดแสดงในอาคาร เอสเอไอซี-จีเอ็ม พาวิเลียนแห่งนี้"
นอกจากนี้ จีเอ็มยังได้แสดงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งโลกอนาคต และเพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นจริง บริษัทรถยนต์ในเครือจีเอ็มในประเทศเกาหลีใต้ ได้แก่ จีเอ็ม แดวู ออโต้ แอนด์ เทคโนโลยี จะมอบรถพลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้า หรือบีอีวี จำนวน 10 คัน ให้แก่คณะกรรมการประชุมสุดยอด จี 20 และเทศบาลนครกรุงโซล เพื่อให้นำไปใช้งานระหว่างการประชุม
ในจำนวนนี้มีเชฟโรเลต ครูซ จำนวน 3 คัน และจีเอ็ม แดวู ลาเซ็ตติ พรีเมียร์ จำนวน 7 คัน ซึ่งกลุ่มรถยนต์เหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของจีเอ็มที่จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสมรรถนะของรถที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าทั่วโลก โดยรถรุ่นดังกล่าว ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างจีเอ็ม แดวู แอลจี เคม และแอลจี อิเล็คทรอนิกส์
รถทั้ง 2 รุ่นใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 31 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ โดยจะถูกติดตามดูสมรรถนะอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดระยะทางที่วิ่งได้เมื่อนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งานจริงกับรถยนต์ที่มีขนาดเท่ากัน ทั้งนี้ รถดังกล่าวน่าจะวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 160 กม. และสามารถทำความเร็วตั้งแต่ 0 ถึง 100 กม./ชม. ใน 8.2 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุด 165 กม./ชม.
นอกเหนือจากเรื่องของการเดินหน้าเพื่อตามหารถยนต์ที่ใช้พลังงานแห่งโลกอนาคตแล้ว จีเอ็มไอโอยังมีข่าวดีในเรื่องของยอดจำหน่ายที่เติบโตขึ้นอย่างมาก ในหลายตลาดหลักทั่วโลก เป็นผลมาจากการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
สำหรับในประเทศไทยเอง วันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของจีเอ็มไอโอ และจีเอ็ม ประเทศไทย กับการเปิดตัวรถยนต์ซี-เซกเมนต์อย่างเชฟโรเลต ครูซ ก่อนที่ในอีก 2 ปีข้างหน้า จะเป็นคิวของรถปิกอัพและรถยนต์เอนกประสงค์รุ่นใหม่ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ถือเป็นการกรุยทางอย่างเข้มแข็งของจีเอ็มไอโอ ในทุกตลาดโลก ก่อนที่ยานยนต์แห่งโลกอนาคตจะมาถึงจริง ๆ!!!







