
ทริสมองหุ้นกู้ปีนี้โต3%
ทริสคาดปีนี้ตลาดตราสารหนี้จะโต 1-3%
ทริสคาดปีนี้ตลาดตราสารหนี้จะโต 1-3% จากปีก่อนที่ระดมเงินไปกว่า 8.37 แสนล้าน ด้านน้ำงึม 2 จ่อขายหุ้นกู้ 6,000 ล้าน
บริษัท ทริส เรทติ้ง เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของตลาดตราสารหนี้ไทยยังมีอย่างต่อเนื่องและในปีนี้คาดว่าจะโตจากปีก่อน 1-3% โดยปีก่อนเอกชนออกหุ้นกู้รวมทั้งสิ้น 8.37 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.61% จากปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้มีตราสารที่ไม่มีอันดับเครดิตคิดเป็นประมาณ 18.60% ของตราสารที่ออกทั้งหมดในปี 2561 ลดลงจาก 23.63% ในปี 2560
สำหรับผู้ออกตราสารในอุตสาหกรรมทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ สถาบันการเงิน บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า และธุรกิจอาหารและการเกษตร มีการออกตราสารหนี้เกือบ 60% ของมูลค่าหุ้นกู้ทั้งหมดที่ออกในปี 2561
“ตราสารหนี้ที่ไม่มีอันดับเครดิตลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 13.73% จาก 15.05% ณ สิ้นปี 2560 ของการออกทั้งหมด”ทริส เรทติ้ง ระบุ
ทั้งนี้ ล่าสุดได้ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กร บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 ที่ A จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่วงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาท ที่ A และเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันเป็น A จาก A- แนวโน้ม “Stable” บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระคืนเงินกู้โครงการเดิมของบริษัททั้งหมด
สำหรับอันดับเครดิตดังกล่าวข้างต้นสะท้อนถึงโครงสร้างสัญญาที่รัดกุมของบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 ตลอดจนกระแสเงินสดรับที่แน่นอนจากการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตดังกล่าวมีข้อจำกัดจากความไม่แน่นอนของปริมาณน้ำในแม่น้ำงึมและความเสี่ยงประเทศของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (ได้รับอันดับเครดิต “BBB+/Negative” จากทริส เรทติ้ง) ซึ่งบริษัทดำเนินโครงการอยู่ในประเทศดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากชำระคืนเงินกู้โครงการทั้งหมดด้วยหุ้นกู้ บริษัทยังคงมีนโยบายทางการเงินที่ระมัดระวังในการสำรองเงินสดอย่างน้อย 1,000 ล้านบาท สำหรับการชำระคืนเงินกู้ในงวดถัดไป โดยเงินสำรองนี้ช่วยบรรเทาความเสี่ยงให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ในกรณีที่ผลการดำเนินงานของบริษัทไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และมีนโยบายการคงเงินสดไว้ไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาทอีกด้วย ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายดำเนินงานประมาณ 12 เดือน และคาดว่าปีนี้จะมีเงินทุนจากการดำเนินงานสูงกว่า 2,500 ล้านบาท และยังมีเงินสดในมือประมาณ 2,059 ล้านบาท







