posttoday

ธุรกิจเครื่องจักรเกษตร พัฒนาเทคโนโลยียุค4.0

06 กุมภาพันธ์ 2562

ไทยถือเป็นประเทศของอุตสาหกรรมการเกษตร ดังนั้น การสนับสนุนด้านเกษตร 4.0 จึงถือเป็นนโยบายที่สำคัญอย่างหนึ่ง

โดย....พลพัต สาเลยยกานนท์

ประเทศไทยถือเป็นประเทศของอุตสาหกรรมการเกษตรก็ว่าได้ ด้วยปริมาณของเกษตรในประเทศไทยที่มีกว่า 30 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรในประเทศ ดังนั้นการสนับสนุนด้านเกษตร 4.0 จึงถือเป็นนโยบายที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ประกอบการรายต่างๆ ได้เร่งมองหาเทคโนโลยีที่มีความเกี่ยวข้องเพื่อมายกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในประเทศไทย ทั้งในแง่การคำนวณผลผลิต การบริหารจัดการ การลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการลดการใช้แรงงาน

ชินจิ ซุเอนางะ ประธานบริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่อง จักรกลการเกษตรเทคโนโลยีไร้คนขับ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวลงสู่ตลาดในอนาคต อันใกล้ ขณะเดียวกันได้มีการนำเทคโนโลยี Smart Assist Remote (SAR) เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการเปิดตัวเต็มรูปแบบลงสู่ตลาดในช่วงกลางปี 2562

สำหรับในประเทศไทยได้มีการ นำเทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งเป็นซอฟต์แวร์เข้ามาในประเทศไทยและนำมาใช้งานกับเครื่องจักรกลเกษตรรุ่นใหม่ โดยใช้ แอพพลิเคชั่นเก็บข้อมูลผลผลิต วิเคราะห์ต้นทุน คำนวณพื้นที่และปริมาณการ ใช้ปุ๋ย

"เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่ย่อการทำการเกษตรมาไว้บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน รวมถึงการแจ้งเตือนการเข้ารับบริการเพื่อช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพก่อนกำหนดของเครื่องจักรกลการเกษตร โดยเร็วๆ นี้จะทยอยอัพเดทเวอร์ชั่นเพื่อให้สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต" ซุเอนางะ กล่าว

ศุภวัฒน์ มะโนทัย ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ซีเอ็นเอส อินดัล เทรียล (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าเครื่องจักรกลการเกษตร นิว ฮอลแลนด์ กล่าวว่า โครงการเกษตร 4.0 เป็นนโยบายที่ดีในทางทฤษฎีจากการสนับสนุนของรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัตินั้นอาจจะต้องลงลึกในรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งเครื่องจักรกลการเกษตรช่วยตอบโจทย์ทางเทคโนโลยีการเกษตรได้ระดับหนึ่งทั้งในแง่ความปลอดภัยและความคุ้มค่า โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการทดสอบหุ่นยนต์เครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเชื่อว่าในอีกไม่นานจะเริ่มมีการแนะนำสู่ตลาดอื่นๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย

ขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทยมีการตัดสินใจซื้อทางด้านอื่น อาทิ ราคาอะไหล่ บริการหลังการขาย และความสะดวกสบายในการใช้งาน ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นประกอบการตัดสินใจนอกเหนือจากราคาจำหน่าย ความประหยัด และความทนทาน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดรถแทรกเตอร์ในประเทศไทยเริ่มอยู่ในภาวะอิ่มตัว หรืออยู่ในระดับ 4 หมื่นคัน/ปี และมีอัตราเติบโตราว 2-3% ต่อปีเท่านั้น ซึ่งในภาพรวมการแข่งขันของตลาดปัจจุบันต่างต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการกับพืชชนิดต่างๆ ไม่เพียงเฉพาะผลผลิตการเกษตรหลักอย่างข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด

การพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร จะเข้ามายกระดับให้เกษตรกรสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตและแรงงานรวมถึงความปลอดภัยนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

SA ส่งร้าน PESTO บุกสุขุมวิท 31 ชูพาสต้าเส้นสดสูตรอิตาเลียน