posttoday

ความมั่งคั่ง ที่มีธรรมาภิบาล

04 กุมภาพันธ์ 2562

การสร้างความมั่งคั่งทางการเงินนั้นทำได้หลากหลายรูปแบบ เริ่มต้นจากตัวเองที่จะต้องมีการบริหารจัดการและวางแผนทางการเงินที่มั่นคง

เรื่อง กัลย์ทิชา นับทอง

การสร้างความมั่งคั่งทางการเงินนั้นทำได้หลากหลายรูปแบบ เริ่มต้นจากตัวเองที่จะต้องมีการบริหารจัดการและวางแผนทางการเงินที่มั่นคง เมื่อมีความมั่นคงทางการเงินแล้ว สิ่งที่จะลืมไม่ได้คือ การตอบแทนสังคม

การเป็นนักลงทุนไม่ใช่ว่า “เก่ง” อย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นนักลงทุน ที่ “ดี” มี “คุณธรรม” ไม่ใช่หวังแต่กอบโกยผลประโยชน์ใส่ตัวและพรรคพวกเท่านั้น ควรจะตอบแทนสังคมบ้าง

ปัจจุบันรูปแบบการตอบแทนหรือการช่วยเหลือสังคมมีหลากหลายรูปแบบให้เราได้เลือกลงมือทำ โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่ง มั่นคงทางการเงิน ก็ยังเป็นการช่วยเหลือและรับผิดชอบสังคมได้อีกรูปแบบหนึ่ง แต่จะช่วยอย่างไรนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำการลงทุนที่สร้างความมั่งคั่ง แต่มีธรรมาภิบาลกันและได้ช่วยเหลือสังคมทั้งทางตรงและทางอ้อมกัน

สำหรับธรรมาภิบาล (Good Governance) ก็คือ การปกครอง การบริหาร การจัดการ การควบคุมดูแลกิจการต่างๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม มีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยหลักธรรมที่ใช้ในการบริหารงาน ไม่ได้หมายถึงหลักธรรมทางศาสนาเท่านั้น เพราะยังรวมไปถึงศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องชอบธรรมทั้งปวง ที่วิญญูชนพึงมีและพึงประพฤติปฏิบัติ อย่างความโปร่งใสตรวจสอบได้ การปราศจากการแทรกแซงจากองค์กรภายนอก

• ลงทุนบริษัทมหาชน

สำหรับนักลงทุนที่เล่นหุ้นในตลาดหุ้น ก็อาจจะเลือกลงทุนในบริษัทที่มีธรรมาภิบาล จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งก็มีหลากหลายบริษัทให้เลือกลงทุน อย่างเช่น บริษัทมหาชนขนาดใหญ่ ซึ่งก่อนที่จะเข้าไปลงทุนก็จะต้องมีการศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ โดยบริษัทเหล่านี้ นอกจากจะสร้างผลตอบแทนให้เราจากราคาหุ้น เงินปันผล ยังมีการทำ CSR เป็นการคืนกำไรสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง

• กองทุนรวมไม่ซับซ้อน

ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน คือ การลงทุนในกองทุนรวม ที่มีการลงทุนหรือการช่วยเหลือสังคม อย่างเช่น กองทุนธรรมาภิบาลไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ได้มีการจัดตั้งกองทุนตามหลักธรรมาภิบาลให้เราๆ ท่านๆ ได้เลือกซื้อหน่วยลงทุนกัน ชอบกองทุนไหน บลจ.อะไรก็สามารถเข้าไปฟังรายละเอียด หากถูกใจก็ซื้อหน่วยลงทุนกันไป

ปัจจุบันมีกองทุนเกี่ยวกับธรรมาภิบาลไทย หลากหลายกองทุน จากหลากหลาย บลจ. ซึ่งมีนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป โดยการเข้าไปมีส่วนร่วมในธรรมาภิบาล ก็คือ จะมีการนำเงิน 40% ของรายได้จากค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนไปบริจาคเพื่อกิจกรรมที่สนับสนุนการต่อต้านคอร์รัปชั่น โดยกองทุนเหล่านี้จะมีการจัดค่าธรรมเนียมที่สูงกว่ากองทุนรวมทั่วไป จึงทำให้มีการนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในการทำเพื่อสังคมได้

โดยส่วนของเงินลงทุนก็จะนำไปลงทุนในหุ้นบริษัทที่มีธรรมาภิบาล เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนนั้นเอง นอกจากจะร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทย ยังได้ลงทุนในบริษัทที่มีความโปร่งใส ข้อมูลเปิดเผย และยังมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย

• เพื่ออนาคตประเทศไทย

มาต่อกันที่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ (TFFIF) ที่มีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการขายหน่วยลงทุนไปลงทุนในทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้แก่กองทุน ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

ด้านนโยบาย ไม่กำหนดอายุโครงการ หมายถึงถือได้ยาวเท่าที่อยากจะถือ และไม่ได้มีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน แต่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ในตลาดรอง ด้านผลตอบแทนก็จะมาจากส่วนต่างราคาซื้อขายในตลาดรอง และเงินปันผลที่จะให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง กรณีที่กองทุนมีกำไรสะสมเพียงพอ และโดยรวมแล้วในแต่ละรอบปีบัญชีจะจ่ายในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว

แค่ชื่อก็บอกแล้วว่า เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศไทย นั่นก็คือการระดมทุนจากนักลงทุนคนทั่วไปผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากนั้นก็นำเงินไปสร้าง ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนสายต่างๆ ทำให้เราได้รู้สึกว่าเจ้าของทางด่วนไปในตัวอีกด้วย ผลตอบแทนก็มั่นคงต่อเนื่อง เป็นการลงทุนแบบกินยาวๆ นั่นเอง

• แลกพอยต์เพื่อสังคม

นอกจากนี้ บริษัทบัตรเครดิตต่างๆ ก็มีนโยบายในการทำเพื่อสังคมด้วย อย่างเช่น บัตรเครดิตแบรนด์ต่างๆ ที่ให้ลูกค้าหรือผู้ใช้บัตรเครดิตสามารถนำแต้มสะสมจากการใช้จ่ายผ่านบัตรมาบริจาค หรือจัดโครงการที่ให้กลุ่มลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการทำเพื่อสังคม อย่างเช่น

สมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรี บอกว่า การทำธุรกิจของบริษัท นอกจากการคำนึงถึงผลตอบแทนแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือสังคม และให้ลูกค้าได้เข้ามามีส่วนร่วมผ่านการทำแคมเปญต่างๆ อย่างเช่น การใช้แต้มสะสมของบัตรเครดิตบริจาคไปยังมูลนิธิต่างๆ

ทำให้กลุ่มลูกค้าให้ความสนใจนำแต้มสะสมมาใช้เป็นจำนวนมาก จะเห็นได้จากช่วงที่ผ่านมาที่มีโครงการก้าวคนละก้าว ลูกค้าได้นำแต้มสะสมมาบริจาคแทนเงินสด ทำให้มียอดเงินบริจาคเข้าโครงการหลายล้านบาท รวมถึงยังมีกิจกรรม โดยการระดมทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ บริจาคให้แก่โรงพยาบาลและผู้ป่วย ซึ่งเป็นการทำเพื่อสังคมทางบริษัทได้ร่วมกับลูกค้าในการส่งผ่านความสุขไปยังคนในสังคม

• ผลตอบแทนสีเขียว

ขึ้นหัวข้อว่า ผลตอบแทนสีเขียว แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของต้นไม้ ใครจะรู้บ้าง ปัจจุบันนี้ หลายๆ ธนาคารได้ออกพันธบัตรต้นไม้ หรือสินเชื่อที่เกี่ยวกับต้นไม้ ให้นักลงทุนอย่างเราๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างผลตอบแทนและมีส่วนช่วยทำให้สังคมดีขึ้นได้

อย่างเช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ได้ออกพันธบัตรการตอบแทนระบบนิเวศ หรือพันธบัตรต้นไม้ (Tree Bond) ซึ่งไม่ใช่เพื่อการระดมทุนแต่เป็นการสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ ส่วนผลตอบแทนจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ผลตอบแทนเป็นตัวเงิน และผลตอบแทนที่สามารถใช้เป็นคาร์บอนเครดิต ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ และอยู่ระหว่างการหารือกับกรมสรรพากรเพื่อนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

โครงการสินเชื่อส่งเสริมและสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Credit) วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ MRR -1% หรือประมาณ 6% ต่อปี สนับสนุนให้มีการปลูกไม้มีค่าทุกชนิด ไม่ได้จำกัดแค่ไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 58 ชนิดเท่านั้น ซึ่งเปรียบเสมือนการออมทรัพย์ หรือการลงทุนระยะยาว ถือเป็นการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่น่าสนใจอีกทางเลือกหนึ่ง

ขณะที่ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี ธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งแรก ก็มีการออกพันธบัตรสีเขียว (กรีนบอนด์) อายุ 7 ปี มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,850 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนในโครงการพลังงานหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

• สละเบี้ยคนแก่ช่วยสังคม

หลายวันก่อน อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้เปิดให้ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาล ที่มีฐานะดี ได้บริจาคเบี้ยเลี้ยงเข้าไปยังกองทุนผู้สูงอายุ และนำเงินส่วนนี้ไปจ่ายให้กับผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจนที่ได้ลงทะเบียนในโครงการเพื่อรับสวัสดิการของรัฐอีกครั้งหนึ่ง ก็ถือเป็นการทำเพื่อสังคมอีกรูปแบบหนึ่ง แม้วิธีนี้จะไม่ใช่การสร้างผลตอบแทนที่สร้างมูลค่าทางด้านสินทรัพย์ แต่เป็นการสร้างผลตอบแทนที่ต่อยอดให้แก่ผู้ที่ลำบากหรือยากจนในสังคมที่ยังมีอีกจำนวนมาก ไม่อิ่มท้องแต่อิ่มใจแน่นอน

การบริจาคเบี้ยยังชีพนั้น รัฐบาลไม่ใช่ให้บริจาคอย่างเดียว เพราะทางกระทรวงการคลังจะมอบเหรียญพระคลังมหาสมบัติ ให้เป็นที่ระลึก พร้อมใบประกาศเกียรติคุณซึ่งมีลายเซ็น
จากนายกรัฐมนตรีให้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถแจ้งความจำนงได้ที่สาขาของธนาคารทั้งหมดทั่วประเทศ โดยให้นำบัตรประชาชนมาเป็นหลักฐานในการสละสิทธิเพื่อธนาคารจะส่งข้อมูลให้กรมบัญชีกลาง ก่อนจะส่งเงินเข้าไปกองทุนผู้สูงอายุเพื่อที่จะนำเงินส่วนนี้ไปจ่ายให้กับผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจนที่ได้ลงทะเบียนในโครงการเพื่อรับสวัสดิการของรัฐต่อไป รวมถึงกรมบัญชีกลางจะส่งใบเสร็จการสละสิทธิรับเบี้ยยังชีพให้กับผู้บริจาคเพื่อให้แน่ใจว่า เงินดังกล่าวมีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง

ไม่ว่าจะเลือกลงทุนแบบไหนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี สร้างความมั่งคั่งให้แก่ตัวเองในอนาคต แต่สิ่งสำคัญที่เราจะต้องไม่มองข้ามไปนั้นก็คือ การมีธรรมาภิบาล การทำเพื่อสังคม ให้คนรอบๆ ข้างเราในทุกๆ วันได้มีความสุขไปพร้อมๆ กับเงินที่งอกเงย

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง