
ทองคำรอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ
นักวิเคราะห์บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล ประมาณการราคาทองคำมีสิทธิขึ้นถึง 1,400 เหรียญสหรัฐหากเฟดอัดฉีดเม็ดเงินรอบสองเกินกว่า 8 หมื่นล้าน-1แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน
นักวิเคราะห์บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล ประมาณการราคาทองคำมีสิทธิขึ้นถึง 1,400 เหรียญสหรัฐหากเฟดอัดฉีดเม็ดเงินรอบสองเกินกว่า 8 หมื่นล้าน-1แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน
วายแลจี ประเมินว่า ราคาทองคำได้มีการปรับตัวขึ้นอันเนื่องมาจากความกังวลในการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่สะท้อนมาในตัวเลขของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ( จีดีพี) ที่มีการขยายตัวเพียง 2% มีผลให้เกิดการคาดการณ์ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจระดับนี้อาจไม่เพียงพอที่จะลดอัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับสูงได้ จึงมีผลให้ระยะสั้นนี้ ราคาทองคำยังคงได้รับผลบวกจากปัจจัยความกังวลนี้อยู่ เนื่องจากอาจเป็นสาเหตุให้เฟดทำการอัดฉีดเงินเข้าระบบมากขึ้น เพื่อทำการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่
ก่อนหน้านี้ยังคงคาดว่าเฟดอาจมีการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้วงเงินประมาณ 0.8-1 แสนล้านดอลลาร์ต่อเดือน หากออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดอาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลงของราคาทองคำก็เป็นได้ แต่หากออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อาจทำให้ราคาทองคำขยับขึ้นใกล้1,400 ทีเดียว ดังนั้น สัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์จะมีข่าวสำคัญๆที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างปลอดภัย
ทั้งนี้เฟดจะมีการประชุมวันที่ 2-3 พ.ย.นี้ ที่ทำให้ตลาดคาดการณ์ไปต่างๆนานา ส่วนนักลงทุนในขณะนี้คาดกันว่า เฟดจะเข้าซื้อพันธบัตรจำนวน 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐเป็นอย่างต่ำในช่วง 5เดือนข้างหน้า เพื่อหนุนเศรษฐกิจ ลดการว่างงาน
สภาวะตลาดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ ที่ระดับ 1,356.90 – 1,364.99 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFJ10 อยู่ที่ 19,410 บาท โดยราคาเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 210 บาทจากวันก่อนหน้า ที่ 19,270 บาท







